วันนี้เราจะมาว่ากันด้วยการแปลเพลง หลังจากที่เราได้ Discuss เรื่องการเขียนและการจำไปก่อนหน้านี้แล้ว
ครับ ฮะ หลายๆ คนสอบถามผมมาว่า เอ... เราจะต้องเรียนไปนานขนาดไหนกันนะถึงจะสามารถแปลเพลงได้ ถ้าถามผม หรือไม่ได้ถาม ผมก็จะเสือกตอบให้มีอะไรมะ? คืองี้ฮะ สำหรับการแปลเพลงนั้นคุณจะต้องเข้าใจไว้ก่อนว่า เพลงญี่ปุ่นเองนั้นมันก็มีเอกลักษณ์ประจำตัวของมันเหมือนกัน โดยสรุปแล้วผมขอนิยามไว้ดังนี้
1. คันจิบางตัวออกเสียงไม่เหมือนปกติธรรมดาทั่วไป เช่น คำว่า 地球 โดยปรกติดาษดื่นแล้วเค้าจะอ่านกันว่า ちきゅう แต่บางเพลงไม่รู้ว่าเทพเจ้าองค์ใดในเทพนิยายกรีกโบราณดลใจให้เค้าอ่านออกเสียงเป็น ここ มันคนละความหมายกันเลยนะเว้ยพี่น้อง! วิธีการแก้ปัญหานั้น โดยส่วนบุคลแล้วผมจะเข้าไปในเวปพวก Official Lyrics ต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่น หรือไม่ก็ http://www.yahoo.co.jp แล้วใส่ชื่อเพลง(เป็นภาษาญี่ปุ่น)ลงไป ตามด้วย คำนี้ครับ 歌詞 อ่านว่า かし แปลว่า Lyrics หรือเนื้อเพลงนั่นแหละครับ เวปพวกนี้นั้นเค้ามักจะ ( วงเล็บ ) เอาไว้ด้วยว่าคันจิบางตัว อ่านออกเสียงไม่เหมือนธรรมดา ซึ่งจะช่วยให้นักแปลอย่างเราประหยัดเวลามั่วไปได้เยอะที่เดียวเชียวล่ะ
ยังครับ ยังมีอีกวิธีหนึ่ง สำหรับคนที่พอจะเข้าไปอ่านเวปยุ่นได้แบบไม่มากก็น้อย ผมแนะนำเวปนี้ครับ www.utamap.com แต่เวปนี้ save เนื้อไปไม่ได้นะครับ เพราะมันเป็น Flash ใครอยากลอง Decompile ก็เชิญ...
ถ้าคุณคิดว่า 2 วิธีข้างต้นนั้นมันยากเกินไป ผมก็แนะนำวิธีสุดท้ายครับ "แกะสด" ไม่ได้แปลว่าสัตว์สี่ตีนชนิดหนึ่งเดินมาสดๆ อะไรแบบนั้นนะครับ อย่าพยายามมามุขตลกคาเฟ่กับผม ผมหมายถึงให้คุณลองเอาเพลงนั้นน่ะเปิดฟังแล้วเทียบกับ Romanji หรือ คันจิแล้วแต่จะถนัด แล้วลองเทียบดูว่า มันตรงกันหรือเปล่า?
2. คำบางคำเขียนอย่างหนึ่ง แต่อ่านอีกอย่างหนึ่ง เช่นคำที่ผมเจอบ่อยมาก 2 คำนี้ คือ
2.1 歩く แปลว่าวิ่ง อ่านว่า あるく แต่บางทีนักร้องก็จะโดนวิญญาณอะไรบางอย่างเข้าสิง ทำให้อ่านออกเสียงว่า 歩む ( あゆむ )
2.2 いく ที่แปลว่าไป ... โดยชาติพันธุ์ของมันแล้วก็ต้องอ่านว่า Iku แต่ไม่รู้เพราะวิบากกรรมอันใดทำให้บางทีมันก็โดนอ่านออกเสียงว่า ゆく
3. เพลงญี่ปุ่นมันชอบละประธาน ละคำช่วย ละห่าละเหวอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด เพลงก็เน่าอยู่แล้ว มาเจอแบบนี้ยิ่งแปลมั่วๆ ซั่วๆ ออกมหาสมุทรไปไกลเลย เมื่อเจอแบบนี้ ให้สวดมนต์ภาวนา ไม่ใช่และ เมื่อเจอกรณีแบบนี้เราต้องไปดูบริบทกันซะหน่อยว่า เพลงมันกำลังพูดถึงใครอยู่ บางที่ประโยคก่อนหน้าพูดถึงตัวเองมาตลอด ประโยคนี้ก็มีสิทธิ์ที่จะใช้ watashi เป็นประธานสูง อะไรแบบนั้น มันคงไม่อภินิหาริย์ถึงขนาดเปลี่ยนสรรพนามกันแบบ บรรทัดเว้นบรรทัด... ผมไม่ได้บอกว่าไม่มีนะ แต่ถ้าเจอก็ซวยไป ยังไงก็พยายามๆ เดาๆ เอาละกันว่ามันบ่งบอกถึงประธานบุรุษที่เท่าไหร่
4. รูปย่อ รูปไม่สุภาพ แน่นอน แน่ยืน แน่นั่ง คุณต้องเจอมันแน่ ไม่เจอมันเพลงนี้ก็เจอมันเพลงหน้า ไม่ก็เพลงต่อๆ ไป ผมกล้าพนันดราก้อนบอล 1 ลูกเลยเอ้า! รูปย่อ-รูปไม่สุภาพคืออะไร? ใช่ครับ มันไม่ใช่รูปที่โดน resized หรือ รูปที่ลามกอะไรแบบนั้น... แต่มันคือ รูปของภาษาญี่ปุ่นที่โดนย่อลงให้สั้น เหมือนกับการกร่อนเสียง การแผลงคำของเมืองไทยนั่นเอง เอาตัวอย่างง่ายๆ ไปดูกันก่อนนะครับ เช่น ;
ではありません
ではない
じゃない
ดูสิครับ... จากยาวๆ ก็เหลือแค่นั้น นี่แหละครับปัญหาอีกอย่างที่เราพบได้บ่อยในการแปลเพลง
เอาล่ะเข้าเรื่อง!!! วันนี้เรา(จริงๆก็ผมคนเดียวนั่นแหละ เพราะผมเขียน Blog คนเดียวถูกมั้ย? ช่างเหอะ...)จะมา WorkShop แปลเพลง ช้าๆ สบายๆ กันซัก 1 เพลงนะครับ เพลงนี้ก็นำเสนอเช่นเคย ชื่อเพลง 星空のワルツ (Hoshizora no Waltz) จาก Animation เรื่อง 君が望む永遠 (Kimi ga nozomu eien) แปลว่า "ปรารถนาแห่งเธออันเป็นนิรันดร์"
อันดับแรกเรามาดูชื่อเพลงกันก่อนนะครับ
星空のワルツ
มันแปลว่าอะไรกันนะ!!! เรามาดูกันที่ละกันครับ ยังจำกันได้มั้ย Noun no Noun แปลจากหลังมาหน้า 星空 แปลว่า ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ワルツ แปลว่า เพลง Waltz ใช้ no เชื่อม ก็จะแปลออกมาได้ว่า ว่า ว่า อะไรครับนักเรียนไหนตอบครูมาซิ
ก.บทเพลงวอลซ์แห่งฟากฟ้าราตรีที่ระยิบไปด้วยดวงดารา
ข.ไอติมวอลของฟากฟ้าราตรีที่ระยิบไปด้วยดวงดารา
ค.กำแพงของฟากฟ้าราตรีที่ระยิบไปด้วยดวงดารา
ง.ถูกทุกข้อ
นี่กรูจะถามทำไมวะเนี่ย... ก็ตอบข้อ ก. อ่ะนะ >_<"
เอาล่ะต่อไปก็มาดู "ไอ้นี่" กัน XD
別れ際の寂しさは
あのころから変わらない
また明日会えるのに
離れたくないの
そっと私を抱きしめてくれる
幸せを守りたい ずっと
真夏の星座に照らされて
二人小さく唱える
秘密の言葉教えてあげる
ね、おまじないしよう
いつも歩く帰り道
繋いだ手を離せない
このままいたいけれど
時が過ぎて行く
夜空に描く夢を一つだけ
あなたの星になりたい いつか
優しい瞳を見ていたら
なぜか涙が溢れる
初めての切なさを知ったの
。。。あなたが好き
真夏の星座に照らされて
二人静に祈るの
素直な気持ちのままで
一緒にいられますように
光が生まれたの今
二人の心の中に
เอาล่ะจ๊ะ ข้างบนนั่นก็คือเพลงเต็มๆ แบบ Kanji นะจ๊ะ เรามาเริ่มฝึกการแกะคันจิกันก่อน ให้เวลา 3 วินาที นานไปมั้ยงั้นเอาแค่ 1.5 วิก็พอเน๊อะ... โอเคๆ ไม่ตลกๆ งั้นเรามาแกะไป แปลไปพร้อมกันดีกว่าจ๊ะ
wakaregiwa no samishisa wa
ความเหงาในยามที่ต้องแยกจากกันนั้น
ano koro kara kawaranai
จนถึงตอนนี้ก็ยังคงอยู่
mata ashita aeru no ni
ถ้าหากพรุ่งนี้สองเราได้พบเจอกันอีกครั้ง
hanaretakunai no
ฉันจะไม่แยกจากเธอไปเลย
wakaregiwa no samishisa แปลจากหลังมาหน้าว่า "ความเหงาในยามที่ต้องแยกจากกัน" เห็นได้ว่า มีคำช่วย wa ตามหลังมา ดังนั้น คำนี้จึงเป็นประธานของประโยค
คำว่า Kawaranai เป็นรูปไม่สุภาพของ Kawarimasen หรือ แปลเป็นไทยได้ว่า "ไม่เปลี่ยนไป" เมื่อเข้าสำนวนการแปลของผม ผมเลยจับมันแปลเสียใหม่ว่า "ก็ยังคงอยู่" ซึ่งความหมายไม่ได้เปลี่ยนไปจากกริยาต้นฉบับ
no ni นั้นไม่ได้แปลว่า "ทั้งๆ ที่" เสมอไป มันแปลว่า เมื่อ ที่ และ หากแม้ หากเพียง ได้อีกด้วย
hanareru แปลว่าแยกจากกัน ไม่ได้แปลว่าแยกจากปืนนะ อย่ามาเล่นมุขแถวนี้เพลงเค้ากำลังซึ้ง hanaretai แปลว่า อยากแยกจากกัน hanaretakunai แปลว่า ไม่อยากแยกจากกัน มันก็ผัน รูป -tai form ให้เป็น -takunai เพื่อแสดงความหมายปฏิเสธน่ะครับ
sotto watashi wo dakishimete kureru
โปรดกอดฉันเบาๆ ทีเถอะ
shiawase wo mamoritai zutto
อยากจะวอนขอให้รักษาความสุขของฉันเอาไว้ ตลอดกาล
sotto แปลว่า เบาๆ หรือ เงียบๆ ก็ได้ครับ
เห็นคำว่า wo ตามหลัง watashi ก็รู้เลยว่า มันเป็นกรรมของประโยคนี้ ดังนี้คนที่โดนกอดคือ "ฉัน" ไม่ใช่ "ฉัน" เป็นคนไปกอด มีคำว่า kureru ตามหลังมาด้วย เป็นการเพิ่มความหมายของ dakishimeru ไปว่า "กอดฉันให้ที" ซึ่งก็คือการทำให้เป็นรูปขอร้องนั่นเอง
shiawase นำหน้า wo ทำให้รู้ว่ามันเป็น กรรม ของประโยคนี้ ดังนั้น ที่(ฉัน) อยากจะปกป้องรักษา เอาไว้ก็คือ "ความสุข" นั่นเอง
zutto แปลว่า Forever ครับ
โอเค ก็พอจะรู้หลักคร่าวๆ ในการแปลที่ละประโยคแล้วนะครับ ต่อไปขอเป็นรวดเดียวเลยละกัน สงสัย หรือ แย้งตรงไหนก็ comment มาถามเลยนะฮะ
manatsu no seiza ni terasarete
ประกายดาวแห่งกลางฤดูร้อนส่องแสงระยับฟ้า
futari chiisaku tonaeru
เราสองต่างก็พูดคุยกันอย่างแผ่วเบา
himitsu no kotoba oshiete ageru
และจะบอกถ้อยคำแห่งความลับ
ne, omajinai shiyou
ด้วยบทเพลงแห่งเวทย์มนต์
itsumo aruku kaerimichi
ทางเดินกลับบ้านที่เดินด้วยกันเสมอ
tsunaida te wo hanasenai
และมือของเราที่เกาะกุมกันไว้
kono mama itai keredo
แม้ว่าอยากจะให้เป้นเช่นนี้ตลอดไป
toki ga sugite iku
แต่ว่าห้วงเวลาก็ได้ผ่านไปเสียแล้ว
yozora ni egaku yume wa hitotsu dake
ภาพความฝันที่วาดระบายแต่งแต้มอยู่บนฟากฟ้ายามค่ำคืนเพียงหนึ่งเดียวนั้น
anata no hoshi ni naritai itsuka
เมื่อไหร่กันที่จะกลายเป็นดวงดาวของเธอ
yasashii hitomi wo miteitara
ตอนที่มองมาด้วยสายตาที่อ่อนโยน
naze ka namida ga afureru
ทำไมกันนะน้ำตาถึงได้ไหลเอ่อออกมา
hajimete no setsunasa wo shitta no
ยามได้รู้ถึงความเจ็บปวดครั้งแรกถึงได้เข้าใจว่า...
...anata ga suki
...ฉันรักเธอ
manatsu no seiza ni terasarete
ประกายดาวแห่งกลางฤดูร้อนส่องแสงระยับฟ้า
futari shizuka ni inoru no
เราสองต่างสวดภาวนาอย่างเงียบงัน
sunao na kimochi no mama de
ด้วยความรู้สึกที่แท้จริง
issho ni iraremasu youni
อยากจะอยู่เคียงกันอย่างนี้ตลอดไป
***ตรงนี้ขอซะหน่อย ---masu youni เป็นการลงท้ายคำขออธิษฐาน อยากได้อะไรก็ลงท้ายด้วย masu youni อย่างวันที่ 7 เดือน 7 นี้ เป็น เทศกาลฮานาบาตะของญี่ปุ่นเค้า ก็จะมีการเอาคำอธิษฐานเขียนผูกกิ่งไผ่เอาไว้***
hikari ga umareta no ima
แสงสว่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้
futari no kokoro no naka ni
เปล่งประกายอยู่ในใจของเรา
ข้อควรระวังอีกอย่างหนึ่งของการแปลคือ เราจะพบการทำ clause เยอะมากๆ แบบประมาณว่า แมวสีขาวตัวนั้นที่นั่งไขว่ห้างสรรพสินค้าอยู่บนเก้าอี้สีดำตรงข้ามบ้านคุณยามาดะที่มีเมียน้อยอยู่ปาปัวนิวกีนี แมว.... เป็นแค่ noun สั้นๆ ดูดีมีสกุล แต่โดนพวก adj. adv. clause อะไรไม่รู้ขยายยั้วเยี้ยะไปหมด ให้ใจเย็นๆ หา Noun หลักก่อน แล้วค่อยๆ ไล่ไปจากซ้ายมาขวา เพราะ noun หลักมักอยู่ที่สุดท้ายเลย
อีกข้อคือ การใช้ wo กับ ni
wo นั้นชี้กรรมตรง
ni นั้นชี้กรรมรอง
เช่น
watashi wa kono hito ni manga no koto wo hanashita
ฉัน เคยคุย เรื่องการ์ตูน กับเขาคนนี้ มาแล้ว
manga เป็น กรรมตรง
ส่วน kono hito เป็นกรรมรอง
วันนี้ก็ขอจบการสอนแค่นี้ก่อนนะครับ เมื่อยมือไม่ใช่อะไรหรอก... อัพก็ช้า... กรั่กๆ... ขอโทษคร้าบ TT u TT
2005/Jul/05
เพลงเพราะมากเลยตัวเอง ชอบจัง งี้ดๆ >_____<
เค้าอยากให้ตัวเองไปสอบยุ่นแทนเค้าอ่ะ เอิ๊กๆ
ขี้เกียจอ่านหนังสือออออออ >.<
นี่ ถ้าเค้าอ่านหนังสือ สอบได้คะแนนดีๆต้องให้เค้าแกล้งเยอะๆด้วยแหละ! โอเคนะ ^ ^b
เค้าอยากให้ตัวเองไปสอบยุ่นแทนเค้าอ่ะ เอิ๊กๆ
ขี้เกียจอ่านหนังสือออออออ >.<
นี่ ถ้าเค้าอ่านหนังสือ สอบได้คะแนนดีๆต้องให้เค้าแกล้งเยอะๆด้วยแหละ! โอเคนะ ^ ^b
>_< มาต่อแล้วเย้ๆๆ ชอบมากเลยค่ะ
การเรียนภาษาญี่ปุ่นแบบนี้ได้ผลกว่าการนั่งเรียนเป็นเรื่องเป็นราวนะ
พี่ไม่อยากเป็นอาจารย์บ้างหรือคะ? มีน้อยคนนะคะที่จะสอนให้คนอื่นรู้เรื่อง
สู้เค้านะคะพี่
การเรียนภาษาญี่ปุ่นแบบนี้ได้ผลกว่าการนั่งเรียนเป็นเรื่องเป็นราวนะ
พี่ไม่อยากเป็นอาจารย์บ้างหรือคะ? มีน้อยคนนะคะที่จะสอนให้คนอื่นรู้เรื่อง
สู้เค้านะคะพี่

