สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน
นี่ก็เลยล่วงเทศกาลสงกรานต์ไปหลายวันแล้ว ขอโอกาสนี้อวยพรย้อนหลัง ให้ทุกท่านมีความสุขสมหวัง สุขภาพร่างกายแข็งแรง และร่ำรวยทั้งเงินทอง ชื่อเสียง และความรักนะครับ
ท๊อป (ต้องสะกดด้วยไม้ตรีเท่านั้น ถึงแม้ศาสตราจารย์ด้านภาษาไทยบางท่านจะเถียงคอเป็นเอ็นจิเนียร์ว่าภาษาต่างประเทศต้องสะกดด้วยไม้ไต่คู้เท่านั้น แต่เนื่องจากผมน่ารักปัญหาข้างต้นย่อมตกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง) หายหน้าหายตาไปนานไม่ได้ไปศัลยกรรมใบหน้าอย่างที่แหล่งข่าวผิดๆ รายงาน แต่เนื่องจากติดลมรัก.. แฮะแฮะ ลมร้อน ที่บ้านเกิดครับ จังหวะนี้เลยได้มีโอกาสกลับบ้านนอกอีกครั้ง พอสายลมพัดเอาไอดินและกลิ่นหญ้าที่หลงเหลือจากฝนมหาสงกรานต์โชยมามิกซ์กับกลิ่นลังโคม มิราคุลุ(อ่านออกเสียงแบบญี่ปุ่น) ของสาวบ้านนอกแต่เทิร์นโอเวอร์ไปเรียนในกรุง ผมก็พลันนึกถึงเทศกาลงานวัดในสมัยเด็กๆ ที่ชอบไปเล่นขึ้นมาได้ทันที
สมัยก่อนงานวัดเป็นอะไรที่จู้วฮุ๊กกรู้ว* มากมาก (คาดว่า จู้ว มีรากศัพท์มาจาก Joy ที่แปลว่าความสนุกสนามในภาษาตะวันตก ส่วน ฮุ๊กกรู้ว น่าจะมาจาก Hacking ที่แปลว่าเจาะ เอามารวมกันเป็น เจาะความสนุกสนานบานตะไทหัวใจเบิกบาน เรียกย่อๆ ว่า "หนุก" เพราะฉะนั้น งานวัดจึงเป็นอะไรที่หนุกมากมากนั่นเอง) ไม่แน่ใจว่าสมัยแอตแลนติส , พระเจ้าเหา เดอะ เกรท หรือว่า คิงโปเกม่อน เฮ้ย โซโลม่อน จะมีงานวัดหรือยัง แต่ที่แน่ๆ Google ไม่สามารถให้คำตอบผมได้
ที่บ้านนอกเราไม่มีห้องบอลรูม บาสรูม ฮอคกี้รูม หรือยิมนาสสะติ๊กรูมแบบในเมืองกรุง ที่เรามีคือ คันนา ปลักโคลน คลองชลประทาน และงานวัด
ชุดที่ไอ้หนุ่มริจะใส่ไปจีบแม่ค้าขายกล้วยทอดจะเป็นแสตนดาร์ดมากมาก เรียกได้ว่าผ่าน มลท. 8000 เรียบร้อยแล้ว (มาตรฐานการแต่งกายลูกทุ่งไทย , TLS 8000 : Thailand Luketoong Standard 8000) การแต่งกายของลูกทุ่งตามมาตรฐาน มลท. 8000 ก็คือ
1. เสื้อเชิ้ตผ้าเนื้อบาง ปล่อยชาย สีบังคับคือสีแดง เหลือง เขียว ไม่อนุญาตให้สะท้อนแสง เพราะถ้าสะท้อนแสงจะเป็น เสี่ยวเมืองกรุง แทน ลายจะต้องเป็นลายดอกไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลายดอกชบา (ทางการกำหนดไว้ว่าห้ามใช้สีทองกับลายดอก เพราะจะทำให้เกิดคดีหมิ่นประมาทตามมา) เลื้อยพันไปทั่วร่างกาย อนุโลมลายกนก ลายลุ๊กแก และลอดลายมังกร
2. กางเกงจะต้องเป็นยีนส์ริมแดง ริมทาง หรือ ริมเถาหญ้านาง ขาเดฟ ย้ำ! ขาเดฟเท่านั้น!!! ถ้าขาไม่เดฟ ก็ต้องไปทำให้เดฟให้ได้ จะไปเอาหนังสติ๊กหรือหนังยางผูกให้มันเดฟก็ได้แล้วแต่ถนัด
3.รองเท้า ห้ามแตะ! ห้ามคีบ! จะต้องเป็นรองเท้าคอนเวอร์สออลสตาร์ สีดำเท่านั้น!!! งานใหญ่ๆ แบบนี้ห้ามใส่รองเท้าแตะไป เพราะจะทำให้ดูโลโซขึ้นมาทันที
4. แป้ง ปะแป้งที่หน้าก่อนไป ห้ามปะสด ปะแห้ง จะต้องเอาน้ำลูบหน้าก่อนปะแป้ง ยิ่งรอยนิ้วมือเด่นเท่าไหร่ยิ่งเท่ห์เท่านั้น ผู้หญิงบางคนจะชอบ เธอบอกว่าเหมือนหนวดแมว เมี๊ยววววว!!!
ถ้าคุณจะไปงานวัดเพื่อจีบหญิงโดยเฉพาะ อย่าลืมเหน็บหวีไปที่กระเป๋ากางเกงด้านขวามือให้ปลายหวีโผล่ออกมาซัก 3 cm ด้วย ถ้าที่บ้านใครปลูกต้นจำปาหรือจำปี ให้เด็ดดอกมันห่อกระดาษทิชชู่เอาไว้พอกลิ่มหอมๆ แล้วพกติดกระเป๋าไปด้วย พอไปถึงเจอหวานใจก็ค่อยยื่นให้พร้อมกับถ้อยคำเสี่ยวๆ ที่สร้างสรรค์เอาไว้เมื่อคืน ผมจะลองยกตัวอย่างให้ดูเป็นวิทยาทาน ;
"เรียมคิดถึงแม่บานเย็นเหลือเกิน... ดอกไม้นี่เรียมรดน้ำด้วยน้ำจากใจเรียมทุกวัน หวังว่าแม่บานเย็นคงเก็บไปทัดหูแทนใจ แม้ยามห่างไกลแต่ใจยังอยู่ใกล้ๆ สายลมพัดมาเมื่อไหร่ให้ดอกจำปีนี้แทนคำคิดถึงของเรียมมายังแม่บานเย็นทุกเพลานะจ๊ะ"
หรือ
"อีฝ้าย... พี่ขวัญคิดถึงเอ็งเหลือเกิน ดอกจำปีนี้พี่ไปเด็ดมาจากบ้านไอ้ยอด ฝ่าดงหมาที่มันเฝ้าบ้านอยู่หลายสิบตัว แต่พี่ไม่เกรงหรอก เพราะพี่มีเอ็งอยู่ในใจ หมากัดนะพรุ่งนี้ก็หาย แต่ถ้าดอกไม้น่ะถ้าไม่ได้เอามาให้เอ็งวันนี้ พรุ่งนี้พี่ก็คงเหี่ยวตายเหมือนดอกจำปีที่ไม่มีเจ้าของ"
ประมาณนั้น...
หนุ่มลูกทุ่งเวลาจะไปขอความรักกับผู้สาว ต้องแห่กันไปเป็นกลุ่ม ประมาณว่าพวกมากลากไป การไปเป็นกลุ่มจะทำให้เกิดผลดีอย่างนึงก็คือ ผู้สาวจะเขินอายและไม่กล้าที่จะปฏิเสธของกำนัลที่ชายเอาไปให้มากนัก จากประสบการณ์ตรง ปล่าว.. ผมไม่ได้ไปจีบใครนะ ผมแค่ยืนซื้อขนมไข่แย้แถวๆ นั้นแล้วหันไปเจอพอดี
เหตุการณ์ : ตลาดสดตอนกลางวัน
บรืนๆๆๆ เอี๊ยด... เสียงมอเตอร์ไซค์ลเบรกดังสนั่น ขจรประ... อุ๊บส์.. จอดข้างๆ รถขายขนมครก ผู้ชายสามสี่คนทำหน้ายิ้มกระลิ้มกระเหลี่ยเดินลงมาเอาดอกกุหลาบแดงแฝงความนัยวางลงข้างๆ ครกทำขนมครก แม่ค้าสาวยิ้มอายๆ... พลางหยิบดอกไม้ขึ้นมาดม
"ชอบมั้ยจ๊ะ" ไอ้หนุ่มถามเสียงดังแข่งกับเสียงตะโกนแซวของก๊วนโจ๋ที่ห้อยท้ายมาด้วย
"หอมดีจ๊ะ พี่...ไปซื้อมาจากไหนจ๊ะ"
"เก็บมาจากงานเลี้ยงโต๊ะจีนผู้ใหญ่บ้า... ง่า ซื้อมาจากร้านในเมืองน่ะจ๊ะ เค้าว่าผู้หญิงสวย ก็เหมาะกับดอกไม้งามเมื่อยามขวานบิ่น"
"สำนวนพี่ฟังดูทะแม่งๆ.."
"เพราะพี่เขินน่ะ"
แม้ค้าขนมครกหน้าแดงเป็นตูดชิมแปนซี
"คืนนี้ไปเที่ยวงานวัดด้วยกันนะจ๊ะ"
"จ๊ะ"
"ยะฮู้ววว" ไอ้หนุ่มตะโกนเสียงดัง
"อะไรนะจ๊ะ?"
"อ้อ.. พี่บอกว่า ไอเลิฟยูวจ๊ะ"
ว่าจะเขียนเรื่องงานวัด และรายละเอียดภายในงาน แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าบ้าพลังเขียนไปเยอะแล้ว เดี๋ยวท่านผู้อ่านจะเบื่อกันเสียก่อน เลยขอหยุดย้อนเวลาเอาไว้แค่นี้ก่อน ตอนหน้าค่อยพบกันใหม่ หวังว่าคงติดตามกันต่อไป ด้วยใจระทึกนะครับ
ด้วยรักและแกงเลียง
RT.Rising

