สวัสดีครับ
อากาศร้อนซะจนพัดลมที่พัดมันยังจะเอาลมร้อนย้อนกลับมาเลย ไอติมละลายเร็วกว่าเดิม 38 เท่า เครื่อง PC และ NB ของผมครวญครางแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่กระหึ่มก้องเหมือนมันจะประท้วงว่า Intel ทำไมไม่ยอมพัฒนาระบบ heat sink ให้มันดีกว่านี้ (ไม่ได้หมายฟาร์มว่า AMD ทำดีกว่านะคร้าบ..)
ร้อนร้อนแบบนี้อันดับแรกที่ผมนึกขึ้นได้ก็คือน้ำแข็งไส!
ครับ และด้วยเหตุนี้เอง ผมก็ได้ฤกษ์เขียนเรื่องงานวัดเสียที (เสียดายไม่มีรูปถ่ายเพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไป)
อย่างที่ผมบอกไปเมื่อคราวที่แล้วว่า หนุ่มลูกทุ่งจำเป็นต้องแต่งเนื้อแต่งตัวให้เหมาะสมก่อนที่จะออกไปเที่ยวงานวัด และควรไปเป็นกลุ่มเนื่องจากจะได้แซวสาวๆ ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
งานวัดนั้นแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท เช่น งานประจำปี งานหน้าหนาว งานฉลองช่อฟ้า งานผ้าป่า งานกฐิน งานวันลอยกระทง ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของศาสนาเสียส่วนใหญ่
ว่ากันว่า คำว่า บวร ที่แปลว่า ดี นั้น มาจากคำว่า
บ้าน วัด และโรงเรียน
คนนอกเมืองอย่างเราๆ เวลามีงานเทศกาลแบบนี้แน่นอนว่าจะต้องไม่เสียโอกาสพลาดมันไปแน่ๆ เพราะนอกจากจะได้นำเงินเข้าวัดแล้ว ยังได้สนุกสนานไปกับการละเล่นต่างๆ อีกมากมาย อาทิ ;
สาวน้อยตกน้ำ
สาวน้อยตกน้ำเป็นการระบายความเครียดที่ดีมาก เพราะเท่าที่เล่นมามันยังไม่กล้าเอาสาวน้อยน่ารักๆ มานั่งกันให้ปาลูกบอลใส่เลย คนปาอาจจะเป็นคนที่เก็บกดความเครียดมาจากการโดนป้าข้างบ้านด่าข้อหาหมาที่เลี้ยงไว้ไปขี้ใส่กระถางต้นไม้บ้านเขา หรืออาจจะเป็นไอ้หนุ่มอกหักรักคุดเพิ่งโดนสาวทิ้งมาก็เป็นได้ ผมเคยไปเล่นไอ้เกมนี้ที่มหาลัยตอนมีงานลอยกระทง แต่เค้าประยุกต์เป็นเอาเต้าหู้ให้เฟี้ยงใส่หนุ่มที่ยืนล่อนจ้อนใส่กุงเกงลิงตัวเดียวแทน มาเลยครับ...มากันเป็นกลุ่ม ไม่รู้มันไปเครียดมาจากคลาสไหน มาถึงพี่ยื่นแบงค์ร้อย เหมายกขัน แล้วระดมปาๆๆๆๆ ใส่เป้ากันอย่างบ้าคลั่ง พอไอ้หนุ่มที่โดนปาป้ายเต้าหู้ออกจากหน้า ปรากฏว่าเป็นพี่ร่วมคณะของไอ้คนที่มาปา ... ผลเหรอครับ.. ไม่ครับไม่มีฟาร์มรุนแรง... เพียงแต่สายตาที่พี่เค้ามองลงมามันอ่านได้นัยๆ ว่า "พรุ่งนี้ มึงขี้ราดแน่แน่"
หนูนาพาโชค
เล่นกันตอนลมหนาวโบกโบย หนูนาพาโชคจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีพิธีกร / โฆษกสนามที่มีฝีปากจัดจ้าน สามารถเชียร์แขกให้เข้ามาเล่นได้อย่างไม่ขาดสาย ห้ามหยุดพูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเค้าปลอยหนูออกจากปี๊บ อ้อ ลืมอธิบายวิธีเล่น คือนึกสภาพลานดินโล่งๆ แล้วเอาโต๊ะนักเรียนจากโรงเรียนวัดแถวนั้นมาล้อมกันเป็นวงกลมนะครับ เอาไม้กระดานมาล้อมต่อเป็นกำแพง ใช้โต๊ะเป็นตัวกั้นไม่ให้ไม้มันล้มลงมา เท่านี้เราก็ได้โคลอสเซี่ยมย่อมๆ หนึ่งหลัง ตรงกลางมีปี๊บครอบหนูเอาไว้ ด้านบนใช้เชือกขึงเพื่อดึงออกสีเวลาจะปล่อยหนู ข้างล่างเจาะรูที่ไม้กระดาน แล้วเอาท่อ PVC (ท่อสีฟ้าๆ ที่เราใช้ทำก๊อกน้ำนั่นแหละ) ยัดใส่ลงไป เขียนหมายเลขกำกับรูเอาไว้ พอได้เวลาก็จะมีเด็กเดินป้ายเอาป้ายสีขาวๆ เขียนเลขตามรูสีแดงๆ เดินมาจาก แผ่นละ 10 - 20 บาท ก็ว่ากันไป พอพิธีกรสั่งดึงปี๊บก็จะประกศว่า รอบนี้ของรางวัลเป็นอะไร...
"เอ้าๆๆๆๆ จะเปิดแล้วนะ จะเปิดแล้วนา มองซ้ายมองขวายังมีใครจะซื้ออีกมั้ย หมดรึยังหมดรึยัง เอ้าไม่พอใจ แถมเบียร์ไปอีกหนึ่งขวดดดดดดดด เอาๆๆๆๆ เอ้า เปิดปี๊บบบบบบบ อ้าวๆๆ ไม่ยอมไป ไอ้บุญเจิดไม่ยอมไป เฮ้ยใครก็ได้เอาไม้ไปแหย่มันดิ๊ เออๆๆๆ ไปแล้ว วิ่งแล้วววววโว้ยยยยย ไปไหนๆๆๆๆ สิบสองๆๆๆ ไม่ใช่ๆๆๆไปสิบสามแล้ว โอเช สิบสี่ได้ปายยยยย เอ้าไอ้หนุ่มมึงวิ่งเอาเบียร์ไปให้ยายแกหน่อยดิ๊ ยายกินไม่ได้ก็เอาไปให้หลานนะยายนะ"
เป็นกอบเป็นกำ... ปัจจุบัน หาเกมนี้ยากแล้วเพราะทางการเค้าบอกว่ามันเป็นการทารุณสัตว์
ยิงเป้า
มีหลากหลายประเภทมากมาก ไม่ว่าจะเป็นปืนลมที่เอาไว้ทดสอบฟาร์มแม่น เป้าจะเป็นเป้ากระดาษที่สามารถเอาไปอวดแฟนได้ แบบนี้จะไม่มีรางวัลให้ แต่ถ้าอยากได้แบบที่มีรางวัล คุณจะต้องไปยิงไอ้ที่มันเป็นแถวยาวๆ มีอุปกรณ์พ่วงห้อยระโยงระยางตรึมๆ มีตุ๊กตาวางเป็นแนวสุดลูกหูลูกตา แล้วก็ต้องมีคิงคองตีฉาบ และก๊อดซิลล่าต่อยกับอัลตราแมน ยิงแท่นล้มปั๊บ มันก็จะร้องแฮร่ๆๆๆๆ แล้วก็ขยับมือไปมา ปืนที่ใช้ก็จะออกแบบมาคล้ายๆ ลูกซอง ใส่ตัวจุ๊บสีแดงๆ ห้านัดยี่สิบหรือแล้วแต่ร้านนั้นๆ บางร้านยิงล้มเค้าก็ให้ของไปเลย บางร้านทำเนียนไม่ให้ก็มี
รำวง
อันนี้เป็นที่ตื่นตาตืนใจผมมากมาก เพราะนางรำแต่ละคนแต่งตัวได้สุดยอดมากมาก แบบว่า โอย....โชว์สัดส่วนกันพริ้งพราย ขาวแบบเน้นเน้น สะโพกตูมตูม หน้าอกหน้าใจคับปริ แถมเพลงก็มันส์พะยะค่ะ รำกันจนเพลิน ... เพลินจนลืมดูไปว่านางรำน่ะ...กระเทยยกวง
สอยดาว
ชื่อมันคือสอยดาว แต่มันให้เราเอาสวิงไปงมกระปุกใส่ยาทาฝ้าในสระน้ำ แล้วใครที่เคยเชื่อว่าต้องเป็นสาวดอยถึงจะไปสอยดาวได้เปลี่ยนฟาร์มคิดนั่นซะนะครับ ชาวนาและนักการเมืองก็ไปสอยดาวได้ จ่ายเงินเพื่อซื้อบัตรแล้วท่านก็จะได้รับสวิงมาช้อนโชคช้อนลาภ จ่ายไป 10 บาทได้สอย 1 ที เปิดกระปุกออกมา! รับไปเลยน้ำเปล่าขวดเล็ก 1 ขวด ...!!!
ลิเก
โอยขาดไม่ได้ ถ้าขาดถือว่างานวัดนั้นไม่สมบูรณ์ จะต้องมีคุณป้าคุณย่าและแม่ยก (เป็นอาชีพที่ร่ำรวยมาก เอาเงินแจกชาวบ้านได้ไม่สะเทือน) ปูเสื่อรอกันที่หน้าเวที ผมเคยไปรอดูอยู่เหมือนกัน จุด Climax ของลิเกคือ ตอนพระนางออกมาจู๋จี๋กัน จะมีการวิ่งเอาพวงมาลัยไปคล้องคอกันอย่างหูดับตับไหม้
"ผมเป็นลิเกคนจน บ้านอยู่ฝั่งธนท่าพระ
ผมเป็นลิเกนะจ๊ะ บ้านอยู่ท่าพระฝั่งธน
ผมเป็นลิเกคนจน บ้านอยู่ฝั่งธนท่าพระ
ผมเป็นลิเกนะจ๊ะ บ้านอยู่ท่าพระฝั่งธน
ผมเป็นลิเก... พอเหอะ"
ส่วนที่เหลืออื่นๆ ก็ เมียงู ผีปอบ บลาๆๆๆๆๆ
ไว้มาต่อคราวหน้าเรื่อง lifestyle และของกิน แบฉบับลูกทุ่งกันดีกว่าครับ
วันนี้ เอนแมน และ เอนหอย โทรมาหา (เอน = engineer เรียกตอนอยู่บริษัทสั้นดี) เอนแมนบอกว่า Blog ผมอ่านแล้วฮาดี วันนี้เขียนให้ฮาหน่อยนะ แหม..แต่วันนี้มันไม่ค่อยฮาอ่ะดิเอนแมน.. เอ้า เอาซะหน่อยก็ได้ เดี่ยวจะหาว่าเพื่อนไม่จัดให้
เรื่องของเรื่องมันก็คือว่า เวปบอร์ดวิศวะที่ธรรมศาสตร์ก็จะมีคนชอบไปเขียนเรื่อง Football กันให้เกลื่อน เอนแมน เชียร์แมนยู (มันบอกว่าชื่อมันก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าเชียร์ทีมอะไร)เลยไป post กระทู้แจมชาวบ้านเค้าไปทั่ว มีอยู่วันนึง มันจะไป post เป็ดห่านอะไรของมันก็ไม่รู้ ผมนั่งมองอยู่ (เพราะมันใช้คอมห้องผม เนทห้องผม เป็นเพื่อนที่ดีจริงจริง) มันตั้งใจจะเขียนว่า Man U คืนนี้ เต็มเหนี่ยวอ่ะ เลยพิมพ์ๆ ต๊อกๆ แต๊กๆ ลงไป พอเสร็จแล้วก็หัวเราะหึหึ ผมหันไปมอง เท่านั้นแหละ ตกเตียงไปชำก๊ากเลย โคตรพ่อโคตรแม่เฟล ให้คะแนนเฟล 10/10 ไปเลย
มันเขียนว่า
Man U Fool สัดอ่ะ !
โอย...อย่างฮา
ด้วยรักและฟักทอง
RT.Rising

