2006/Apr/08

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน

หลายวันมานี้ผมแทบไม่ได้แตะอินเตอร์เนทเลย เนื่องด้วยสภาพการทำงานที่มะรุมมะตุ้มสุมหัว จนสาวๆ ในออฟฟิซบางคนถึงกับเล็งเห็นว่า "ทำงานจนหัวฟูเป็นรังนก" ส่วนตัวแล้วคิดว่าดีครับ เพราะจะได้เอาไปขายส่งกับบริษัททำสารบำรุงกำลังได้ เอาเงินมาจ่ายค่าข้าวได้ด้วย

ทำงานนี่ก็เหนื่อยนะครับ แต่ถ้างานที่ทำมันสนุกก็โอเค แต่คนไหนที่เจองานหนักๆ หรือเจ้านายเคี่ยวๆ ก็ก้มหน้าก้มตาอดทนกันไป บางคนเจองานสบาย เจ้านายดี แต่ตัวเองกลับรู้สึกเบื่อเนื่องจากไม่มีอะไรทำจนต้องออกมาช่วยป้าแม่บ้านนั่งฉีกกระดาษเล่นก็มี....มั้ง

วันอาทิตย์ผมมีโอกาสได้กลับบ้านที่นครปฐม หลีกหนีรถติดและการประชุมยืดยาวอันแสนน่าเบื่อหน่าย ยกเว้นดีหน่อยที่มีแต่สาวๆ มารุมล้อมตอนนั่ง แหะแหะ
ที่นครปฐมตอนนี้ยังปิดเทอมอยู่ ห๊ะ! อะไรนะ... ที่อื่นเค้าก็ยังปิดเทอมกันอยู่เหรอ..ทำไมผมไม่ยักจะรู้เลยวะ.. เมื่อวันศุกร์ยังเห็นน้องๆนักศึกษาใส่ชุดไปเรียนกันอยู่เลย เห็นตอนไหนน่ะเหรอ? ก็..ราวๆ หัวค่ำได้มั้ง เห็นน้องแกเดินไปกับพ่อ ผมยังได้ยินเสียงน้องเค้าคุยกับพ่อเค้าเลย ประมาณว่า ป๋าขา...อยากได้มือถือใหม่ แน่ะ อ้อนพ่อซะด้วย น่ารักจริงๆ
เอาเป็นว่า ที่นครปฐมเด็กๆ ยังออกมาเล่นกันแต่เช้ายันค่ำ รอจนพ่อแม่ของแต่ละคนมาตามกลับบ้านนั่นแหละ ถึงจะได้วงแตกกัน

ผมเป็นคนลูกทุ่ง

แต่...ไม่ได้หมายความว่าบ้านผมจะเป็นกระต๊อบกลางนา มี Backgroundเป็นต้นตาลโบกสะพัด หรือมีเห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาหญ้านางแต่อย่างใด อย่าเพิ่ง image ไปไกลขนาดนั้น พอดีว่าไม่ได้เกิดในยุคกบฏยังเติร์ก หรือ 2499 อันธพาลครองแครงแต่อย่างใด บ้านผมสมัยนั้นเป็นตึกแถวอาศัยญาติๆ อยู่ ข้างหน้าเป็นซอยชุมชน ข้างหลังเป็นโรงเรียนและวัด จะเดินไปทางไหนก็มีแต่ทางลูกรัง (ทางลูกรังก็คือทางที่เขาเอาดิน หิน สีแดงๆ มาโรย) ไม่ใช่ถนนลาดยาง(มะตอย)แบบในยุคทักษิณานุวัตร

สมัยนั้นใครขี่จักรยานโฉบไปโฉบมานับว่าโก้มากมาก ยิ่งใครปล่อยมือสองข้างได้นะ รับรองสาวๆ ในตลาดต้องเอาไปเล่นกันเป็นตำนานทีเดียว ตอนนั้นผมพยายามปล่อยมือสองข้างแล้วก็ยืนด้วย ได้ผลครับคนกรี๊ดกันลั่นตลาด เพราะรถมันพุ่งไปเข้าดงดอกเฟื่องฟ้าชาวบ้านเขาน่ะสิ....

ผมเห็นเด็กๆ แถวบ้านหันมาเล่นเกมสมัยโบราณกันมากขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องแปลก เพราะสมัยนี้เด็กๆ เติบโตมากับ Digimon , Play Station , PSP , PC , น้องแน๊ท - แอนนา การละเล่นสมัยนั้น ใครที่มีเกมบอย หรือเครื่องแฟมิค่อม ที่บ้านล่ะก็ จะมีแต่เด็กๆ ในวัยใกล้ๆ กัน นับหน้าถือตามาก เวลาเดินไปไหนอาจจะได้รับการยกย่องให้เป็น "จ่าฝูง" ส่วนไอ้เราที่ยังไม่มีเล่นกับเค้าก็พยายามหาอะไรแบบอื่นๆ ตามภูมิปัญญามาเล่นกัน อาทิ;

ตบแผะ
เป็นอะไรที่ง่ายมาก เพียงแค่คุณหาการ์ดอะไรก็ได้ (สมัยนั้นเป็น Sticker) มาสองใบ (อาจจะมากกว่าถ้าต้องการเล่นกินกันด้วย) เอาไว้บนฝ่ามือของทั้งคู่ แล้วเอามาตบกัน ปล่อยให้แรงทางฟิสิกส์ทำให้การ์ดหล่นลงมา ของใครหน้าคว่ำคนนั้นก็แพ้ไป ในสมัยปัจจุบัน คุณสามารถเล่นเกมนี้ได้เช่นกัน โดยเอาซิมการ์ดมาตบแผะแทน ใครชนะก็ได้ซิมคนแพ้ไปใช้ ประหยัดค่าซิมไปบาน

เป่ากบ
ง่ายพอๆ กับตบแผะ เพียงแต่อาจจะต้องใช้กำลังทางร่างกายมากกว่า เพียงแค่ท่านเดินไปที่ครัวแล้วไปจิ๊กหนังยางมาจากคุณแม่ แล้วเอามาวางไว้กับพื้น ใครเป่าได้ถึงเส้นชัยก่อน คนนั้นก็ได้หนังยางของฝ่ายตรงข้ามไปครอบครอง ตอนหลังถ้าได้เยอะๆ ก็เอาไปทำเป็นสายหนังสติ๊ก หรือหนังยางไว้เล่นโดดยางก็ได้ ส่วนสมัยนี้ถ้าอยากเล่น ผมแนะนำว่าให้เป่าถุงยางแทนนะครับ ใช้อมไว้ในปากแล้วพ่นก็ได้ เห็นมันมีหลายรสดี เค้าอุตส่าห์ผลิตมาให้กิน ก็ใช้ๆ กันหน่อยเถอะครับ

โดดยาง
หญิงก็ได้ ชายก็ดี เล่นได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสถานที่ที่มีพื้นให้ตีนเหยียบ หลังจากทีได้หนังยางมาจำนวนนึงแล้วก็สามารถเอามาร้อยรวมกันเล่นได้ครับ วิธีเล่นก็มีหลากหลาย เช่น กิงก่องแก้ว หรือทำเป็นบ้านเล่นพร้อมๆ กันสามถึงสี่คน แต่ที่ hit ที่สุดคงไม่พ้นแบบ Standard นับกันเป็น E เช่น E ตุ่ม ก็เอาหนังยางมาไว้ตรงตาตุ่ม อย่าทะลึ่งไปไว้ที่ตุ่มจริงๆ นะครับ เดี๋ยวจะหัวทิ่มหัวตำกันเอาได้ง่ายๆ สมัยนี้อาจจะปรับมาเป็น E-revenue หรือ E-commerce แทนก็ได้ แต่ที่เห็น intrend ก็ E-mail

มอญซ่อนผ้า
อันนี้เอาไว้เล่นเวลามีเป็น group หลายๆ คน นั่งล้อมกันเป็นวงกลม แล้วใครคนที่เป็นคนซ่อนคอยวิ่งวนๆ แอบเอาผ้าไปวางไว้ข้างหลังของวงกลม ห้ามดูแต่เอามือคลำได้ แต่อย่าคลำเพลินจนไปคลำเอาตูดของคนข้างๆ ที่เตือนไม่ใช่อะไร แต่กลัวจะโดนคนข้างๆ ตบ ซวยหน่อยอาจจะไปคลำเอาตูดเกย์.... คงไม่ต้องพูดต่อสินะว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น แต่ถ้าคุณจะเอามาเล่นสมัยนี้ กลัวว่าจะไม่เร้าใจ ผมขอแนะนำให้เปลี่ยนจากผ้าเป็นระเบิดเวลาแทนนะครับ

งูกินหาง
หลายคนสับสน ไปเรียกเอาเกมนี้ว่า งูกินหอย ถ้าเป็นงูกินหอยผู้ชายจะเล่นไม่ได้นะครับ ต้องกินหางเท่านั้น วิธีเล่นก็ง่ายๆ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย ให้คนเป็นแม่งูร้องเพลง พอเพลงจบก็วิ่งไปกินหางอีกฝั่ง ใครโดนจับได้ก็ต้องกลับมาอยู่ฝั่งแม่งู

อีกาฟักไข่
ห้ามไปเขียนผิดเป็น อีกาฟัคไข่นะครับ ... ร้ายแรงนะร้ายแรง... ไม่ยาก ใช้อุปกรณ์คือรองเท้าของท่านนั่นแหละ เอามารวมๆ สุมๆกัน ให้คนเล่นเป็นอีกาฟัก แล้วก็คอยวิ่งเข้าไปแย่ง คนไหนโดนแม่กาจับได้ก็ต้องกลายมาเป็นอีกาฟักไข่แทน แต่อีกาห้ามนั่งทับไข่นะ ไม่งั้นไข่จะแตก

วันนี้ขอย้อนเวลาเท่านี้ก่อนละกันนะครับ เดี๋ยวมาคุยกับต่อตอนหน้า

ด้วยรักและติ่มซำ
RT.Rising

2006/Mar/18

ท่านผู้อ่านที่เคารพ

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าไอ้คุณหมีหื่นคนนี้ (ฉายาที่เพื่อนๆ ตั้งให้อย่างเต็มใจผู้เรียกแต่ไม่เต็มใจผู้ถูกเรียกนัก...) ได้เคยบวชเรียนกับเค้ามาแล้ว ตอนที่ผมบวชเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์พอดี เรียกได้ว่า นับจากวันนั้นมาจนวันสงกรานต์ที่กำลังจะถึงนี้แล้ว ก็ใกล้จะบรรจบครบรอนหนึ่งปีพอดี

วันนี้ผมได้มีโอกาสไปงานบวชเพื่อนสนิทคนหนึ่งในกลุ่มสมัยเรียนมัธยมด้วยกัน ชื่อของเขาคือ หนึ่ง แต่ด้วยความที่หน้าที่กลมราวกับซาลาเปา อาจารย์ที่โีรงเรียนตอนนั้นเลยพากันเรียกว่า คุณโดเรม่อน และต่อมาชื่อที่ทุกคนในโรงเรียนรู้จักจึงแปลงจากหนึ่ง เป็นม่อน ไปโดยปริยาย...

แน่นอน... ตอนที่คนที่บ้านรับโทรศัพท์ช่วงแรกแรก .... ทุกคนต่างพากันสงสัยว่าในสำมะโนครัวที่บ้านมันมีคนชื่อม่อนด้วยเหรอ...? (ผมจะบาปมั้ยเนี่ย...ตอนนี้เขากลายเป็นพระม่อนไปแล้ว..เฮ้ย พระหนึ่งสิ ขออภัยมา ณ ที่นี้...)

พวกเรารวมพลกันตั้งแต่ตอนเช้าตรู่ เพื่อไปช่วยนาคจัดการเรื่องต่างๆ (เนื่องด้วยผมเคยผ่านการบวชเรียนมาก่อนก็เลยพอช่วยเหลือได้ในบางเรื่อง)

ในระหว่างที่รอนาคเข้าโบสถ์

เพื่อนๆ หลายคนไม่ได้เจอกันมานาน พอมาเจอกันเข้าก็เลยคุยกันสัพเพเหระ

บทสนทนาระหว่างนักวิจัยคนหนึ่ง และพนักงานฝ่ายบุคคล
"แชซ...การศึกษานี่ทำให้คนเปลี่ยนไปจริงจริงนะ"
"ทำไมคิดงั้น? การศึกษาน่ะมันกดขี่คนนะโว้ย การศึกษามันบังคับกดขี่เรานะ"
"อ้าว...ก็สมมติมีชาวนาคนหนึุ่ึ่งเข้ามาเรียน..."
"ไม่ได้ๆๆๆๆ จะยกตัวอย่างที่มันสุดโต่งขนาดนั้นไม่ได้"
"ไม่ใช่ๆ หมายถึงถ้ามีชาวนาอยู่หนึุ่่งคน เขาพยายามที่จะศึกษาลู่ทางการทำการเกษตรแบบพอเพียง หรือการขยายพันธุ์พืชแบบบูรณาการ.."
"เออ...มรึงนี่พูดเก่งดีเว้ย เหมือน @%$#^@#$^$ (ชื่อนักสังคมศาสตร์สักคนที่จำไม่ได้) ที่เขาว่าไว้เลยว่า คนเราต้องศึกษาไปในทางที่ถูกที่ควร"
"ใช่...ไม่ใช่ในเคสที่ในชาวนามาศึกษากฎหมาย"
"อ๊ะแน่นอน! ถ้าแบบนั้นน่ะการศึกษาทำให้คนเปลี่ยนแน่นอน"

เสียงใหม่แทรกเข้ามา
"มันจะเป็นยังไงถ้ามีคนเอาปืนไปยิง สนธิ จำลอง"
"...."
"...."
"มันคงไม่มีใครกล้าทำแบบนั้นหรอก.."
"ก็หวังว่าคงไม่มีใครทำ.."
"ยังงั้นไม่เอาิยิงปืนก็ได้... เอาเป็นวางระเบิดแทน เอาให้ตายไปเลยห้าคนนั่น.."
"...."
"...."
"ทำไมวะ?"
"แต่จริงๆ กรูก็อยากรู้เหมือนกันนะว่ามันจะเป็นยังไง ... แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก"
"ส่วนตัวแล้วกรูไม่อยากให้เกิด"
"ทำไมล่ะ?"
"ถ้าเกิดอะไรกับห้าคนนั้นตอนนี้ คิดว่าอาจจะควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่ คืออาจจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงได้ทุกเมื่อ"
"กรูเนี่ยไม่ใช่นักประชาธิปไตยนะ ไอ้พวกที่ออกมาเย้วๆๆๆ ให้ถวายคืนพระราชอำนาจ ทำไมไม่กลับไปปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์กันไปเลยล่ะวะ"
"ส่วนกรูนิยมมาร์กซิสต์หว่ะ..."

กล้องแพนมาอีกทางหนึ่ง
"กรูอยากให้มรึงเป็นนายกหว่ะ จะได้สบายๆ กัน"
"เออ มรึงได้เป็นนายกเมื่อไหร่ กรูจะแดกให้อิ่มท้องเลย"
"เฮ้ย..เสียชื่อเสียงกรูหมด.."
"อย่าลืมแต่งตั้งให้กรูเข้าไปนั่งในสภานะ กรูจะเก็บภาษี 90% แุถมข้าวให้สามมื้อ สำหรับคนรวยๆ จะเก็บเป็นอัตราภาษีก้าวหน้า"
"แล้วใครมันจะเข้ามาลงทุนวะ..."

แน่นอนว่าการที่หลายๆ คนที่ไม่ได้เจอกันมานานได้มารวมตัวกันอีกครั้ง ย่อมจุดประเด็น หรือ Topic ในการพูดคุยกันได้ไม่รู้จบ... ทั้งเสี่ยงคุก และไม่เสี่ยงคุก..คิดดู..ขนาดเรื่องบนเตียงยังเอามาคุยกันหน้าตาเฉย....

"เฮ้ยๆๆๆ วันนั้นไปอาบอบนวดมาเป็นไงบ้างวะ เล่าๆๆๆๆ"
"เออ...เดี๋ยวส่งเมล์ไปให้.."
"เฮ้ย..จะส่งยังไงวะ.."
"ก็เดี๋ยวจะเขียนอธิบายให้ไงว่าทำอะไรไปบ้าง..."

ผมว่า....
เดี๋ยวนี้เค้าไฮเทค...
เล่าประสบการณ์เสียวผ่านสายโทรศัพท์ และ ADSL กันแล้ว...
สมัยนี้มีลูกกับเค้าสักคน พ่อแม่ หลายคนคงเป็นโรคเครียดกันเพิ่มขึ้น นักสังคมสงเคราะห์แบะนักจิตแพทย์ก็ึคงมีงานทำกันล้นมือมากขึ้น ใครที่ไม่รู้จะเอนท์เข้าคณะอะไร ผมแนะนำให้ลองเลือกๆ คณะสังคมสงเคราะห์ และจิตวิทยาเอาไว้เป็น optional ดูนะครับ

วันนี้...ออกจากงานบวชกันแล้วก็มานั่งคิดกันว่าเราจะไปไหนกันต่อ ระหว่างสยามพาราก้อน และเซนทรัลปิ่นเกล้า... แน่นอน..ไม่พ้นการเป่ายิ้งฉุบ ถ้าใครสักคนหนึ่งไม่พูดขัดขึ้นมาก่อนว่า ไม่ไปสยามพาราก้อนแน่นอน

เราเดินออกจากวัดเพื่อจะไปขึ้นรถเมล์ที่สนามหลวง
ใครบางคนในกลุ่มไม่อยากเดิน จึงตัดสินใจยืนรอรถเมล์ตรงนั้น ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งตัดสินใจเดินต่อไปจนถึงสนามหลวง ในขณะที่กำลังเดินอยู่นั้น ไอ้คนที่มันยืนรอรถอยู่ก็โผล่หน้ามาโบกมือจากรถเมล์ที่ขับผ่านหน้าเราไปอย่างเยาะเย้ยในที...

คนเรามันมีสัญชาติญาณการแข่งขันอยู่ในตัวกันจริงๆ ครับ..อย่างที่ยางรถยนต์ยี่ห้ิอหนึ่งบอก...

พวกเรากลุ่มที่ยืนอยู่ไม่สนใจว่าจะต้องโดนรถที่ขับไปมาแถวนั้นตะโกนด่าแฟมิลี่ทรีกันกี่สาย พากันวิ่งตัดถนนออกไปเพื่อจะไปโบกแท๊กซี่...



วันนี้เจอเรื่องประหลาดในห้องน้ำ
ภูริชเดินไปกดก๊อกน้ำเพื่อล้างมือ
พลันนั้น!!!
เสียงร้องกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด โหยหวนก็ดังกังวานขึ้นมาในบัดดล!!
"ไม่ต้องสนใจไอ้บ้านนอกนั่น มันไม่เคยใช้ก๊อกน้ำแบบกด"
ใครคนหนึ่งให้คำแนะนำ
"กรี๊ดดดดดดดดดด"
อีกเสียงหนึ่งดังตามมา...
ผมเอะใจ ... เลือดนักสำรวจในตัวไหลพล่าน... ชะโงกหน้าไปดูที่บริเวณจุดเกิดเหตุ พยานสองคนแรกวิ่งหนีไปตั้งหลักกันที่คอกพยาน(โถฉี่) กันเรียบร้อยแ้ล้ว
โอ้.. รายการทีวีรายการหนึ่งทางช่องเก้าฉายตอนกลางคืน มีเท่ง เป็นพิธีกร หรือพูดสั้นๆ คือ คุณพระช่วย!!!
ณ จุดเกิดเหตุ... พบวัตถุลึกลับที่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าคืออะไร แท่งสีดำตั้งตระหง่านท้าสายตาทุกคู่ทีจ้องมองมัน... ผมเผลอตัวร้องกรี๊ดออกไปอย่างไ่ม่ได้ตั้งใจ
ทุกคนพร้อมใจกันออกจากห้องน้ำอย่างไม่ได้นัดหมาย บางคนครางออกมาไม่เป็นภาษาว่าจะไปเข้าห้องน้ำหญิงแทน...
จนถึงบัดนี้ผมก็ไม่เข้าใจว่า..มันเข้าไปอยู่ในก๊อกน้ำได้ไง...
ทำไมเวลาแบบนี้ไม่มีคินดะอิจิ ไม่ก็โคนันมาไขปัญหาให้วะ...

วันนี้ก็ขอให้ทุกคนมีความสุขนะครับ

ด้วยรักและขนมจีบซาลาเปา
RT.Rising

2006/Mar/05

นี่คือบทความที่ผมเคยเขียนลงนสพ.โรงเรียน (ฉบับลับสุดยอดเฉพาะสมาชิกเท่านั้นทีได้อ่าน) สมัยตอนที่ผมกลับมาจากการเข้าค่ายรด.ใหม่ๆ ดังนั้น สำนวน ลีลา และอรรถรสในการเขียนก็จะสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนหัดของผมในขณะนั้นเป็นอย่างดี...

อย่างไรก็ตาม... ขอมอบเอาไว้ในอ้อมใจแฟนแฟนทุกคนเช่นเคยครับ!

ไชโยให้กับครูฝึกรด.ดีดีทั่วประเทศ

ด้วยรักและกุนเชียง
RT.Rising

วันแรก

นับแต่วินาทีแรกที่ผมก้าวลงจากรถบัสที่มาส่ง ป้ายข้างหน้าอ่านได้ความว่า พันปกครองที่ 34(อ่านว่าสามสี่สั้นดี) เราถูกปกคลุมด้วยไอแดดที่แรงกล้า-บ้าที่สุด เราถูกครูฝึกจับแยกระเนระนาดไปหมด เริ่มคิดถึงบ้าน ผ่านไปเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมงกับการจัดกองร้อย ตัวผมอยู่หมวด1หมู่3 อืมเลขไม่ค่อยสวยไม่เป็นไร แต่ไอ้ที่ให้ไปอยู่เต็นท์ c13 นี่ผมขอย้าย ผมเลยได้ไปนอนกับโอจัง หลังจากที่เราซัดอาหารเที่ยงกับปลาหวานรสชาติละมุนปากแล้ว เราต้องล้างถาดหลุมด้วย การล้างนั้นแบ่งเป็นสี่step stepแรก เทอาหารทิ้ง ต่อมาเป็นการใช้แปรงขัดส้วมขัดถาดหลุมที่ผสมแฟ๊บเล็กๆ จากนั้นก็เป็นการล้างน้ำเปล่า-ถามว่าตรงนี้ลัดขั้นตอนได้มั้ยได้ครับแต่คุณจะโดนวิดพื้น 20 พร้อมเด้งกลับไปล้างใหม่-และอันสุดท้ายที่ผมชอบมากที่สุด ล้างน้ำเดือดอุ่นๆครับดูสะอาดดี

สิ่งแรกที่ผมกับเพื่อนไปเช็คก็คือ ห้องน้ำครับ แม่มสะอาดกว่าโรงเรียนเราอีก อืมอย่างนี้ขี้อร่อยแน่มึงงงงคืนนี้เจอกันแน่ หลังจากที่เราได้พักเป็นเวลา 5 - 10 นาที ครูฝึกก็เรียกเรารวมกัน บอกฉายาว่าเราคือ มนุษย์ไอที ปี2001 เอีย-เอีย-เอีย(พร้อมชูมือขึ้น) เสร็จแล้วเราก็เดินทางประมาณ 3 กิโลเพื่อไปฝึกยิงปืน ที่นี่ผมได้พบกับคุณพ่ออุมดมศักดิ์(พ่อคนที่854697ของน้องเอก)

วินาทีแรกที่เขาเดินออกมาจากพุ่มไม้โอวววว์ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจมากครับ หลังจากที่เราจัดแถวเรียบร้อยแล้ว ท่านก็หาเรื่องคุยกับเรา

" สวัสดีนักศึกษา ที่ท่านเห็นอยู่นี้คือ คานช่วยเล็ง ท่านจะสังเกตเห็นว่ามันมีรูอยู่ เป็นรูที่ยืดหยุ่นไม่ได้ตามธรรมชาติ เพราะฉะนั้นท่านอย่าอุตริเอาองคชาติแหย่เข้าไปเด็ดขาด "

" นักศึกษาครับ ครูฝีกเนี่ยไม่ใช่ขี้เป็ดนะครับ แต่เป็นขี้วัวโว้ย ครูฝึกร..มีทั้งฝ่ามือโลหิตและอุ้งตีนมาร นักศึกษาต้องขึ้น เขาเท่าซวย แล้วลงมาที่ ห้วยอีหมี ผ่าน โค้งงวย นะครับวันนี้ "

ฮะ เราก็ผ่านการฝึกการปรับการยิงโดยใช้คานช่วยเล็งนะครับ

สถานีต่อไป จุด 3 จุดปรับการเล็ง ไม่ค่อยมีอะไรครับเพราะครูฝึกมันก็ขึ้เกียจ จากนั้นเราก็ไปสถานีเป้าวงกลม+ท่ายิงต่างๆ เจออีตาเหลิม-เหม ที่ขายข้าวมันไก่ที่กรมร..วิภาวดีฯอ่ะ แม่งทำเป็นโหด แล้วผมที่อยู่ชุดยิงข.ก็ทำหน้าที่เป็นคู่ฝึก ส่วนชุดยิงก.เป็นพลยิง ก็สนุกดีครับ เท่ห์ดีมีการใส่ซองกระสุน ปลดห้ามไก เล็งยิง สาหนุกสาหนานมากขอบอก

ต่อไปเป็นสถานีเป้าเลเซอร์(ที่ปุ่มห่วยๆกดไม่ค่อยติด) ล้ำสมัยมากขอบอก ตกลงผมก็ไม่รู้ว่าเล็งโดนอ๊ะป่าว

เสร็จจากการฝึกแล้ว เราก็มาร่วมกลุ่ม-เอียๆ-เดินกลับอีกสามโล ถึงกองพันแล้วก็กินข้าวกันทันทีเป็นข้าวหลวงอีกตามเคย ส่วนไอ้พวกที่มีเงินก็ไปกินข้าวเอกชนที่ไกลออกไปหน่อย หลังจากที่ล้างถาดเสร็จแล้วผมก็ไปทำความสะอาดร่างกายโดยการล้างจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เพราะเวลามันเป็นสิ่งมีค่า ได้ยินเสียงเรียกรวมพลดังมาแต่ไกลแล้ว " อีกสามนาทีรวม " คูณสามครั้ง

ตกกลางคืน รถบรรทุกที่เต็มไปด้วยลำโพงก็โผล่ออกมาจากความมืด เหล่าพลทหารต่างก็ออกมาตั้งกันอย่างเพรียบพร้อม ภูริชยืนจ้องไม่วางตา-สมแล้วที่เป็นหัวหน้าฝ่ายโสตเก่า

และแล้ว เขาก้าวออกมาจากความมืด พลโทสุนีย์ อมรจรรยาพันธ์----ที่รักของทุกคนยกเว้นนิว

ผมขอยกคำพูดของเขามาเลยละกัน-ขอท่อนที่โดนๆนะ

" คนที่ปกป้องประเทศนี้ไม่ใช่ผมที่ยืนอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่ทหารคนนี้ แต่คนที่ปกป้องประเทศนี้คือประ-ชา-ชน และประชาชนเหล่านั้นก็คือ คุณณณณณณณณณณณณณณณณณณณณณณณณณณ " แม่งโดนใจ

" พังนะไอ้น้อง รู้มั้ยว่าทหารเขาสร้างถนนให้ประชาชนใช้เนี่ย เสียเงินไปเท่าไหร่ เอกชนเขาทำทีละเป็นกิโลละล้านกว่าๆ แต่ทหารทำทีละเท่าไหร่รู้มั้ย 25ศพต่อหนึ่งกิโลเมตรรรรรรร " โดนเต็มๆ

ฮะเสร็จแล้วก็ได้เวลาเข้านอน ตอนนอนเนี่ยก็จะมีการเข้าเวรด้วยแบ่งเป็น

หน้าห้องน้ำกองร้อย1 2 3 และครู

คลังอาวุธ หน้าทางเข้า ถาดหลุม และเวรตรวจการณ์ที่ต้องเดินไปเรื่อยๆด้วย

การแบ่งเวรก็ 3ทุ่ม-5ทุ่ม 5ทุ่ม-ตี1 ตี1-ตี3 ตี3-ตี5

ช่วงก่อนสี่ทุ่มห้ามขี้-เยี่ยว ก่อนตีห้าก็ห้ามแม่ม

สรุปผมออกไปขี้ตอนเที่ยงคืน กะตอนเช้าๆอีกทีมันไม่สุดหว่ะ เออตอนกลางคืนมีเรื่องฮาๆๆด้วย

เต็นท์ c50 กว่าๆ มีเสียงสองเสียงดังมาตามสายลม

แม่งเมื่อกี้กูไปกินหนมหวานมา

เออกูด้วย ลูกเจ้าของร้านแม่งน่ารักเนาะ

ช่าย.

เฮ้ยมึงสองคนนอนไม่หลับใช่มั้ย งั้นออกมาวิ่งข้างนอกนี่ ไอ้คนแรกมึงตะโกนว่า ผมนอนไม่หลับครับ ส่วนมึงตะโกนต่อว่า ผมก็ด้วยครับ ทำ

จากนั้นทั่วทั้งพันปกครองที่ 34 ก็ได้ยินเสียงน่ารักลอยมาแต่ไกล ผมนอนไม่หลับคร้าบบบบ ผมก็ด้วยคร้าบบบบบ กูอยากจะตะโกนมั่งฉิบห- กูนอนไม่หลับเพราะพวกมึงคร้าบบบบ คิดอีกทีไม่เอาดีกว่า

ได้ข่าวว่าตอนมันทั้งคู่กลับมาก็บ่นว่า ลูกเจ้าของร้านขนมหวานทำพิษ

วันที่สอง

ตื่นตั้งแต่ตีสี่ ออกมาแปรงฟัน รอฟังเรียกรวม หลังจากกินข้าวหลวงเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินไปที่สถานียิงปืนเพื่อเก็บคะแนน โดยผมเป็นสายยิงข.รอให้สายยิงก. เขายิงก่อน ผมคู่กะไอ้เบ ตอนแรกเขาให้ยิงปรับทางปืนก่อน 3 นัด(งบน้อย) ที่เหลืออีก 15 นัดใฃ้สอบจริง เป็นท่านั่งราบยิง 5 นอนยิง 5 และนั่งคุกเข่ายิงอีก 5 ไอ้เบยิงนัดแรกปืนถีบเข้าแก้มหันมาบอกผม แม่งเจ็บหว่ะ จากนั้นก็ กูยิงเป้าผิดหวะ

และแล้วก็ถึงตาผม อะแอ่มเอาล่ะ ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ เป้าโล่งฮูเล่ ยิงไปให้ไอ้เป้าสี่หมดเลยเย้ๆๆๆ

เจ้าณัฐ สุบินประเสริฐ ซัดไป 15 นัดเข้าหมด

หลังจากนั้นเราก็ได้พักถึงเกือบสามชั่วโมง พูดจริงๆนะว่า สบายสุดตีนเลย

ฮะ....และระหว่างที่เราทุกคนกำลังพักกันอยู่ สายตาผมก็เหลือบไปเห็น หน่วยบริการความสดชื่น กลางป่าครับมันเป็นหน่วยบริการเล็กๆที่เต็มไปด้วย น้ำอัดลม น้ำเกลือแร่ ขนมปัง และอื่นๆอีกมากมายที่หาซื้อได้ทั่วไปแถวบ้านเรา โดยการสนนราคาเพิ่มเพียงเล็กน้อย ทุกๆคนเลยแห่กันไปซื้อ แม่งคนขายก็เลยโชคดี ฉิบห-ยเลย ผมได้มีโอกาสได้สัมภาษณ์คนขายด้วยครับ พี่เขาบอกว่าคนที่มาเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยบริการความสดชื่นก็คือพวกญาติๆของครูฝึกทั้งหลายนั่นเอง บางทีเขาก็ให้พวกพลทหารที่อยู่ในค่ายนั่นแหละครับออกมาช่วยขาย

หลังจากที่ผม ม่อน ตึกและภูริช นอนกันไปคนละอิ่มแล้วแถว ๆ ชายป่า ผมเกิดปวดเข้าห้องน้ำมาก็เลยกำลังจะเดินไปเข้าซะหน่อย บังเอิญเดินไปเจอกับผู้คุมกฎของยูพีโออีกท่าน น้องเอกนั่นเอง เดินออกมาจากชายป่าเช่นเดียวกันกับครูอุดมศักดิ์ ปากก็ถามหาแชซ ผมก็บอกว่ายังไม่เจอกันเลย เราเลยเดินไปเติมน้ำพร้อมทั้งเดินเลยไปเข้าห้องน้ำนศท.ด้วย ไอ้เติมน้ำน่ะไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่พอตอนที่เดินเลยไปยังห้องน้ำนศท.นี่ดิ กลิ่นมันมาแล้ว ก้าวแรกที่ผ่านพุ่มไม้เข้าไป สิ่งที่สะกดใจของผมก็คือ ลานดินที่ขุดเป็นร่องเล็กๆ มีไม้ไผ่วางเรียงกันเป็นตับ เผยให้รู้ว่าเมื่อสมัยก่อนที่ตรงนี้คือส้วม แต่บัดนี้มันเต็มไปด้วยคราบโคลนและเศษกิ่งไม่ใบไม้ไปเสียแล้ว-โชคดีไป ผมอุทานเป็นภาษาญี่ปุ่นออกมาหลายคำ น้องเอกทำท่าจะเบิร์นแต่แล้วก็หยุดแล้วสบถออกมาเป็นภาษารัสเซียพึมพำๆ

ส้วมของจริงเป็นส้วมที่อยู่ลึกเข้าไปข้างในอีกที ฝากั้นใช้สังกะสีกั้นเอาไว้ ส่วนความสูงอย่าไปคิดให้เสียเวลาครับ เพราะเวลาที่ท่านนั่งลงไปคอท่านจะโผล่ออกมาทักทายกับห้องข้างๆได้อย่างซำบายปรื๋อ เพราะฉะนั้นอย่าไปอายครับจะขี้ก็ขี้เลย ไม่มีใครเขาว่าหรอกครับ พอผมเข้าห้องน้ำเสร็จกำลังจะมองหาขันราดน้ำ แต่แล้วก็ไม่พบ สายตากวาดมองไปรอบๆ พลันปรากฏถังขนาดใหญ่ประมาณ 3-4 ถึงตั้งอยู่ พร้อมกับมีถังเล็กๆแขวนเรียงกันหลากสีสันมากมาย

ในบัดดล ผมก็เข้าใจวิธีทำความสะอาดห้องน้ำของที่นี่ทันที

ครับตักน้ำในโอ่งนั่นแหละครับเอามาราดๆๆๆๆๆ เป็นอันเสร็จพิธี ลำบากพอควร เพราะบางถังตูดรั่ว ต้องแข่งกับเวลา

เสียงเรียกรวมพลดังมาเป็นจังหวะของการเล่นเวฟ อีกห้านาทีรวมๆๆ ผมก็เลยตะโกนตอบไปอีกสามครั้งเป็นการกระจายคำสั่ง ไอ้พวกที่เข้าห้องน้ำบางคนล่กใหญ่เลย ไอ้พวกที่ดูดบุหรี่อยู่พากันดับ พวกที่ตีรัมมี่อยู่ก็พากันคิดบัญชี

ผมเจอแชซอีกทีก็ตอนรวมพล

มึงไปไหนมาวะ ผมถามด้วยความสงสัย

กูไปนั่งขัดปืนมาอะเดะ ส่วนไอ้นิวซวยหน่อยต้องไปตัดไอ้ตัวชี้เป้า เออกูเจอป๋าลอด้วย ใส่ชุดร..มาดู

เหรอกูไม่เห็นหว่ะ

แล้วนิวก็เดินมาก่อนเสียงเรียกรวมครั้งสุดท้ายจะดังขึ้น

เอ้ยกูรู้แล้วว่าพรุ่งนี้เราต้องทำอะไรมั่ง

ทำไรวะ หลายเสียงถาม

ก็คืองี้นะ ( ทำสายตาจริงจัง นิ้วมือชี้เป็นเลข1 ) ออกตอนเช้าตรู่ขึ้นเขาชนไก่ไปสถานีฝึก ฝึกๆๆๆ แล้วตอนเย็นทำข้าวกินเอง จากนั้นก็นอนกลางป่า 1 คืน แล้วก็ฝึกต่อ จากนั้นก็กลับกองพันตอน 1 ทุ่ม

เป็นอันว่าเรารู้โปรแกรมวันพรุ่งนี้แล้ว

หลังจากที่เราโซ๊ยข้าวหลวงที่กองพันกันเรียบร้อยแล้วเราก็มุ่งหน้าเข้าสู่สถานีฝึกต่อไป

เป็นสถานีทดสอบกำลังใจ ครูฝึกบอกพวกเรา ทำให้ทุกคนคิดว่าเราจะต้องไปโดดหอ ซึ่งความจริงแล้วมันโหดกว่านั้น

ครับเราเดินลงเขามาที่สถานีฝึกทดสอบกำลังใจ ผ่านที่โดดหอมายังสถานีฝึก เป็นป่าโปร่งครับ พอเรามาถึงผมสังเกตเห็นพวกครูฝึกที่สวมหมวกแดงแล้วเริ่มรู้สึกใจไม่ค่อยดี เพราะเคยเจอครูฝึกคนหนึ่งครับที่โหดมาก แกชื่อครูไสว ใช่ครับครูไหวใจร้ายแต่คนนี้โหดบัดซบด้วย

ระหว่างที่เราจัดแถวรวมพล ครูหัวหน้าประจำสถานีฝึกก็ออกมาอธิบายว่าเราต้องทำอย่างไรบ้างกับสถานีนี้ ครับตอนแรกผมไม่เชื่อตาตัวเอง แต่หลังจากที่ครูคนนี้สั่งให้ทั้งหมดนั่งแล้วผมก็จำได้ทันที

ครูไหวตามมาถึงนี่เลย

ผมไม่เข้าใจว่าทำไม + ตำแหน่งคนที่ถูกด่า + เรื่องที่ทำผิด จะเป็นสไตล์การพูดของเขา

ผมไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้คนที่อยู่หมวดสองหมู่สามกองร้อยสองมันทำไมไม่นั่งครับ มึงเอาไปสิบ ช้าๆ ยี่สิบ โดนไปหนึ่งราย

ในใจผมภาวนาไม่ให้โดนมัน สุดท้ายหนีไม่พ้นครับ เจอทำโทษไปอ่วมพอควร

ที่สถานีนี้เราต้องทดสอบกำลังใจข้าม กำแพง 6 ฟุต 8 ฟุต และ 10 ฟุต คูกระโดด ไม้ทรงตัว ข้ามน้ำ โดยการเปล่งเสียง เอียๆๆๆๆ ไปตลอดทาง

หัวหน้าหมู่ผมเป็นเด็กเทคโนชัยสุริยะ นำขบวนด้วยความมึน แต่ก็พำลูกน้องกลับออกไปได้ตลอดรอดฝั่ง

หมู่1 เคลื่อนที่ผ่านกำแพงสูงหกฟุต ไปที่ละคน ไปได้ เอีย เอียยยยย เหี้ยยยย !!!!!!!!

ครับกว่าเราจะผ่านทุกสถานีออกมาได้เหนื่อยแทบรากเลือด พอออกมาถึงสถานีราวไม้ข้ามลำน้ำ แม่งไอ้หมู่ก่อนหน้าผมมันเล่นกันจนไม้หัก ทำให้หมู่หลังๆ อย่างหมู่ผมต้องใช้วิธีกระโดดข้ามเอา ครับยูพีโอเราข้ามมาได้เพราะเราเคยกระโดดข้ามคูน้ำมาแล้วที่สวนบ้านผม

มีบางคนเจ็บแล้วไม่เจียมตัวครับ เพราะสปิริตสูงหรือหมั่นไส้ไอ้ครูไสวก็ไม่ทราบ เพราะมันบอกถ้าไม่ฝึกก็อดคะแนน ครับไอ้อ้วน (ครูไหวเรียก ไอ้เบาหวิว ) คนนี้เขาเจ็บที่ขาเล็กน้อย แต่ท่าทางมันดูไม่เล็กน้อยครับ มันเคลื่อนที่ผ่านกำแพงหกฟุตด้วยลีลาที่น่าเกรงขามมาก น่านกระโดดไปแล้ว แต่อีตอนโหนเชือกกลับลงมา พี่แกเล่นกระโดดลงมาเลย ตุบ! ไอ้ไหวรีบวิ่งไปดูอาการแล้วพยุงมันไปนั่ง ด่าคำพูดที่ออกอากาศไม่ได้ไปหลายชุดแล้วทำโทษนักศึกษาแถวนั้นอีกชุด

พอถึงสถานีสุดท้าย สถานีทรงตัวบนท่อนไม้ เนื่องจากเวลาไม่พอครูฝึกเลยให้หัวหน้าหมู่ 2 หมูเป่ายิ๊งฉุบกัน คนชนะได้เดินบนไม้ คนแพ้คลานลอดไม้ ครับไปเป็นตามคาดผมต้องคลานลอดไม้ไปอย่างทุลักทุเล

พอออกมาได้เขาก็ให้เรานั่งพักกันก่อนที่จะไปขึ้นเขาชนไก่ ครูฝึกบอกสถานการณ์ให้เราทราบแล้วอธิบายว่า เวลาขึ้นเขาพยายามอย่ามองขึ้นไปเพราะมันจะชันมากและจะทำให้เราท้อ มีครูฝึกท่าทางน่าเชื่อถือคนนึงบอกว่าพอถึงข้างบนจะมีน้ำมะพร้าวกับเฉาก๊วยขาย อืมมมม์เป็นข้อเสนอที่น่าสน

ครับเราเริ่มออกเดินทางไปยังสถานีไต่หน้าผา ตอนแรกๆ ก็ไม่เท่าไหร่ครับเดินไปคุยไปเฮฮา ผมดินไปกับเจ้าภูริชกะคุณวีครับ พี่วีแกเดินซะเร็วจี๋ผมเลยไม่ยอมครับเร่งสปีดตามขึ้นไป เจอน้องเอกเดินอยู่กลางทางท่านกลางความประหลาดใจของผม ผมจึงเอื้อนวจีออกไป

เฮ้ย เป็นไรวะ ไหวป่าว

ไอ้เหี้ยท๊อปมึงล่วงหน้าไปก่อนเหอะ กูจะไม่ไหวแล้ว

เฮ้ยได้ไง มึงเป็นพระเจ้าแห่งยูพีโอนาเว้ย

รู้แล้ว กูก็กำลังอุตสาหะอยู่นี่งาย แฮ่กๆๆๆๆ

ครับหลังจากผ่านท่านมาแล้ว ผมก็พบคนกลุ่มหนึ่งแวะดื่มน้ำอยู่กลางทาง แชซ นิวและภูริชครับ นิวไม่ได้เอากระติกน้ำไปเลยต้องขอแชซกินตลอด แต่แลกเปลี่ยนโดยการเป็นคนเติมน้ำให้ตลอด

เฉลิมพลดูท่าจะไม่ไหวครับ เราเลยล่วงหน้ากันมาก่อน เมื่อมาถึงข้างบนยอดเขาแล้ว เราก็ไปนมัสการรูปหล่อของล้นเกล้ารัชกาลที่ 1 และเมื่อเดินขึ้นไปอีกหน่อยเราก็พบพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่อีก 1 องค์

แต่ที่ผมพยายามหาแล้วไม่เจอคือ ไหนวะร้านขายน้ำมะพร้าวกะเฉาก๊วย แม่มมมมมม!!!!!

จากนั้นเราก็พบปะกับคุณตึกและไอ้ม่อน

ขาลงเขามันส์ครับ ไอ้ม่อนมันจะกลิ้งลงไปแล้ว จนมันต้องไปใช้ไม้เท้าค้ำร่างไว้กันพลาด ด้วยข้ออ้าง

แชซ เมื่อกี้ก่อนขึ้นกูไปดูลานจอด . มาหว่ะ สรุปกูเดินมากกว่าพวกมึง

มีเนินอยู่เนินนึง น่าวิ่งลงมาก เราเลยเชิญให้ผู้กล้าแห่งยูพีโอ คุณภูริชวิ่งลงไปก่อน ประมาณ 5 วินาทีหลังจากที่ภูริชลงไป เราได้ยินเสียงตะโกนกลับมาว่า พวกมึงอย่าวิ่งลงมาน้าาาาาาา

เมื่อเราลงมาสุดเขา ก็มียุทธการถอดรองเท้ากันครับ ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วพงพนาไพร และแล้วครูฝึกก็ลงมาบอกยอดผู้ที่ขึ้นไปสำเร็จ คือข้ามเขาสามลูกสำเร็จ อืมมม์ ผมก็เพิ่งรู้ว่าที่ข้ามมาเนี่ยแม่งสามลูก

หลังจากที่กลับมาถึงพันปกครองเรา ก็พากันไปกินข้าวหลวงและอาบน้ำอย่างเมามัน เพราะพรุ่งนี้ขึ้นป่าจะไม่ได้อาบน้ำไปหนึ่งวันเต็ม ครูฝึกให้เราเอาเป้ไปด้วย ดังนั้นเพื่อความสะดวกสบายเราจำเป็นที่จะต้องเอาของบางอย่างออกมาใส่ถุงพลาสติกฝากไว้ที่คลังอาวุธ และเราจะต้องเอาปืนไปด้วย

ครับวันนี้ผมเข้าเวร หลังจากที่เราไปดูวิดีโอเรื่องสิทธิ์ของนศท.จบแล้ว ผมก็ไปซื้อของที่จำเป็นแล้วรีบเข้านอนเพราะเวรผมตอนตี 1 - คี 3

ขณะที่กำลังหลับเพลินๆ ผมได้ยินเสียงเต็นท์ข้างๆ ( หัวหน้าหมู่ผมเองกะเพื่อนมัน ) คุยกัน

เฮ้ยวันนี้กูเป่ายิ๊งฉุบแพ้วะ เลยต้องลอด มึงอ่ะ

เออกูก็แพ้

เอองั้นมึงสองคนออกมาเป่ากันข้างนอกนี่ เสียงที่สามดังขึ้น

เออออกมาทั้งอย่างงั้นแหละ เอ้าช้าๆ ห้าสิบ หกสิบ

โดนกันไปอีกหนึ่งราย

ผมถูกเขาปลุกมาเข้าเวรเมื่อตอนเที่ยงคืนกว่าๆ ผมปลุกโอจังแล้วลุกไปล้างหน้า+ขี้ จากนั้นก็ออกไปคุยกับเวรคนก่อนว่าต้องทำอย่างไรบ้าง มันเล่าเรื่องตลกให้ฟัง

นี่เว้ย มึงจะนอนก็ได้เพราะไอ้ครูฝึกมันเมากันหมด กูก็นั่งๆนอนๆเฝ้านี่แหละ เสร็จแล้วเว้ย มีอยู่ตอนนึงกูได้ยินเสียงคนเดินมาก็เลยออกไปดู เจอครูฝึกมันออกมาฉี่ที่พุ่มไม้ กูเลยตะโกนรหัสออกไปว่า โคราช แม่งหันมาทำท่ามึนๆ แล้วบอกว่า โคราชเหี้ยอะไร กูจาปายนอน กูมาว

ครับจบลงไปอีกหนึ่งวัน

วันที่สาม

เราตื่นกันตั้งแต่ตีสี่เพื่อออกเดินทางไปยังสถานีฝึกบนเขา หลังจากที่รับปืนแล้วผมก็เดินตามไอ้คนข้างหน้าไปด้วยความระมัดระวัง เพราะภูมิประเทศที่ทุรกันดารและความมืดที่เป็นอุปสรรค พวกเราเดินผ่านพันสามสามเจอไอ้พวกที่จะได้กลับบ้านกันวันนี้ตะโกนกันมาว่า

มึงตายแย่ โดนตุ๋ยแน่ ตายแน่ๆๆ กลับบ้านแล้วโว้ย ฯลฯ ข่มขวัญมาตลอดทาง

เรามาถึงสถานีฝึกเอาเมื่อเช้าแล้ว หลังจากที่กินข้าวแล้วเราเอาเป้ไปวางที่จุดรวมพล เพื่อออกไปเข้าสถานีฝึกต่างๆ

สถานีฝึกแรกของร้อยผมเป็น การพรางครับ หัวหน้าสถานีดูท่าจะคงแก่เรียน

นักศึกษาทราบมั้ยว่า IT ที่เราตะโกนอยู่เนี่ยแปลว่าอะไร ครูฝึกมันคงนึกว่าเราไม่รู้เสียใจครับ เสียงตะโกนตอบกลับดังลั่น Information Technology

เขาถามต่อ แปลว่า

ผมเลยตะโกนไปดังๆ เทคโนโลยีสารสนเทศครับ มันซึมไปพักนึงก่อนจะเริ่มอธิบายว่าเราต้องทำยังไงบ้าง เขาชี้ไปที่กระป๋องที่แขวนอยู่ตรงกิ่งไม้ นั่นคือที่พรางหน้า เดี๋ยวจะให้นักศึกษาพราง ไม่ต้องกลัวเพราะเราให้กรมวิทยาศาสตร์ทหารบกวิจัยแล้วว่าไม่มีพิษมีภัยต่อร่างกาย

หลังจากที่พอกแล้ว เราก็เริ่มดำเนินการพรางตัว เขาให้เราพรางตัวในป่า ผมรีบวิ่งดุ๊กๆๆ เข้าไปซ่อนที่พุ่มไม้ทึบ มองแล้วดูมิดชิดดี แล้วผมก็ได้ยินเสียงด่าดังมา กูให้มึงพรางตัว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้มึงเล็งปืนไปที่เพื่อนโว้ย บ้าที่สุด

จากนั้นก็มาถึงการเป็นยามคอยเหตุ เราจะต้องคอยจดบันทึกว่าใครไปไหนกี่คนอาวุธอะไรยังไงเมื่อไหร่มาจากไหน แต่ส่วนมากจะหลับครับตอนที่เขาให้ดูคนที่เดินไปมา คุณวีหลับไปเต็มๆ หนึ่งงีบ

ครับต่อมาเราก็ไปเปลี่ยนสถานี เป็นสถานีบุคคลรบในเวลากลางวัน-การจัดรูปขบวน ตรงนี้ไม่ค่อยฮาครับเพราะเราเคยทำกันมาแล้วที่ศูนย์ฝึก ก็ไอ้พวกชุดยิงก.. หมอบ คลานต่ำ-สูง อะไรพวกนั้นแหละครับ

พักกินข้าว เราเลยมีโอกาสเดินไปซื้อน้ำที่หน่วยบริการความสดชื่นเคลื่อนที่ แล้วนั่งคุยกัน นิวพยายามที่จะเล่นไพ่กับเรา แต่ไม่มีใครสนใจ ส่วนภูริชก็พยายามจะมีSEXกับม่อนอูยววว์อุบาทว์ ส่วนคนอื่นๆต่างก็สนุกสนานกับการที่ได้จดบันทึกชีวิตที่นี่ไปส่งแฟน

ต่อมาเป็นการฝึกการเข้าตี เราต้องใส่หมวกเหล็กด้วย การเข้าตีเขาจะมีหมายเลขประจำตัวเขียนไว้ตามที่กำบังต่างๆ ให้ สิ่งที่ต้องทำคือ วิ่งๆๆๆแล้วหาเลขให้เจอ คุณภูริชครับเขาเดินหา เน้นย้ำว่าเดินหา เราเลยโดนเด้งทั้งหมู่ไปวิ่งใหม่ พอถึงตอนที่ต้องลอดลวดหนาม ด้วยความเบลอผมลอดเสร็จแล้วเสือกวิ่งนำไปก่อนไม่รอพวก เลยโดนเด้งกลับไปลอดใหม่ และแล้วกางเกงผมก็ขาด

จากนั้นก็ถึงชั่วโมงแห่งความสนุก มีครูฝึกตลกๆคนหนึ่งมาแสดงการจับงูต่างๆ ให้ดู ไม่ว่าจะเป็นจงอาง เห่า ทับสมิงพลาย เหลือม หลาม นักศึกษาต่างทึ่งในความกล้าแต่ต่อมาก็เลิกเพราะเขาเฉลยว่างูพวกนี้ถอดเขี้ยวออกหมดแล้ว อีธ่ออออเอ้ย

ต่อมา เป็นการสาธิตการเอาตัวรอดในป่า ไม่ว่าจะเป็นการอธิบายถึงต้นไม้มีพิษต่างๆ การทำอาหาร และการจับสัตว์

ดูนี่นักศึกษา นี่คือกราวเครือขาวดูๆแล้วคล้ายพวกมันแกว ลักษณะเป็นหัวใหญ่ๆกลมๆ คนเขาเชื่อว่ากินแล้วนมโต แต่จริงๆมีพิษ ส่วนอันนี้คือกราวเครือแดง ลักษณะจะยาวๆเหมือนไอ้นั่นผู้ชายเขาเลยเชื่อว่ากินแล้วจะยาวขึ้น เอ้านักศึกษาอย่าสับสนกินผิดกินถูกนะ อันนี้เขาเรียกสรอดกินใบมันตอนท้องผูกจะทำให้ขี้ไหล ส่วนอันนี้คือสมอกินแล้วท้องผูก ถ้ากินมากไปจะขี้ไม่ออก มึงก็หันมาเด็ดใบสรอดกินต่อแต่ถ้าแดกมากไปจะขี้ไหลไม่หยุด มึงก็หันมาดึงสมอแดกอีกกินไปเรื่อยๆอย่างนี้แหละ อันนี้คืออะไร-ห่ะ-เออใช่มันคือต้นไม้ มันตอบถูกหว่ะ แต่เขาเรียก ยางนอก กินได้ไม่มีพิษ แต่ถ้าเข้าเลือดมันจะทำให้เราตาย เขาเอาไปอาบลูกดอกกันนี่แหละ ส่วนคนไหนที่เราเกลียดขี้หน้าแล้วมันเลี้ยงกุ้งหรือปลามาบอกครู ครูจะเอายางนอกเนี่ยไปโรยให้แม่งจะลอยขึ้นอืดกันหมดเลย เอ้าต่อไปนักศึกษาดู นี่เขาเรียกว่า แร้ง ให้เอากิ่งไม้มาผูกเชือกคล้องเป็นห่วงแล้วเอาไม้ขึงไว้เป็นสลัก เมื่อเราเอาอาหารเข้าไปล่อแล้วมีตัวอะไรเข้ามาติดมันก็จะดึงสัตว์ตัวนั้นขึ้นไปเราก็จับลงมากินได้ แต่ถ้ามึงจะแดกช้าง มึงก็ต้องโน้มกิ่งสักลงมาแล้วหาเชือกดุ้นใหญ่ๆมาทำโคตรแร้งนะ

จากนั้นเป็นการทำกับข้าวกินเอง เราต้องใช้ไอ้ที่อยู่ตรงตูดกระติกน้ำนั่นแหละครับหุงข้าว เขามีกับมาให้เป็นเครื่องต้มยำกับเนื้อหมู หมู่ผมตัดสินใจทำต้มยำกินกับพะแนง แต่แล้วอุปสรรคแรกที่เราเจอเลยก็คือ จุดไฟไม่ติด จากนั้นก็เป็นเรื่องการที่เราหุงข้าวแล้วไม่ยอมสุกซะที แต่แล้วเมื่อเราหยิบออกมาเปิดดูก็ปรากฏว่าแม่งไหม้ไปแล้ว แต่ที่เหลือกำลังน่ากินเลย (เขาให้หุงสามอัน) เสร็จแล้วต้มยำที่เราทำออกมาไม่ได้มีความเปรี้ยวหรือเผ็ดเลย น่าตามันเป็นต้มยำแต่รสชาติไปทางแกงจืด อาหารที่ฮิตเลยกลายเป็นพะแนงไปโดยปริยาย พอถึงตอนที่ต้องไปล้าง ผมดันล้างไม่เกลี้ยงทั้งหมู่เลยโดนเข้าเวร ไอ้ห่ากูว่าล้างเกลี้ยงแล้วนะ

ตกกลางคืนเขาให้เราไปฝึกการร่นถอยในเวลากลางคืน มีการสอนการดูดาว มีการเล่าเรื่องตลกที่ติดเรทXXXXXเพียบ การฟังเสียงปืนเทียบกับแสงแล้วตีเป็นระยะทาง การแสดงละครของครูฝึกที่มีการเหยียบกับระเบิดข้างหน้าผมเสียงดังตูม!!! ตกใจมาก แล้วครูฝึกก็นอนตายอยู่ตรงนั้น ละครจบลงเมื่อครูฝึกเดินอ้อมลวดหนามไปโดนระเบิดตายอีกคนแล้วหน่วยลาดตระเวนกลับฐาน จากนั้นเป็นการสาธิตการเดินในตอนกลางคืน ต้องเดินหนึ่งนาทีให้ได้แค่สามก้าวเท่านั้น ใครทำไม่ดีโดนกลับมาทำใหม่ ใครทำเสียงดังโดนกลับมาทำใหม่ ตอนสั่งหมอบต้องคลำที่พื้นก่อนว่ามีวัตถุแปลกปลอมอะไรหรือเปล่า จากนั้นจะมีการยิงแฟร์ แฟร์ก็คือพลุนั่นเอง มันจะสว่างชั่วขณะก่อนตกพื้นเราต้องหลับตา 10 วินาทีตอนยิงแฟร์เพื่อที่จะได้มองเห็นในความมืด ผมเห็นหมู่ข้างๆเขาเตรียมจะยิงแฟร์ พอครูยิงแฟร์ปุ๊บหมอบเลยนะ ป๊าบแฟร์สีเขียวถูกยิงออกไป หมู่นั้นหมอบกันพรึ่บ นั่นมันแฟร์หมวดอื่น กูยังไม่ได้ยิงงงงงง ครูฝึกหัวเสีย

จากนั้นเราก็กลับมานอน ผมปูผ้าใบไว้เตรียมนอนหลังจากเข้าเวรเสด็จตอนสี่ทุ่ม ขณะที่กำลังคุยอย่างออกรสชาติกับไอ้หัวหน้าหมู่ หัวหน้ากองร้อยใส่แว่นอ้วนๆก็เดินออกมาบอกว่าไม่ต้องเข้าเวรแล้วไปนอนได้เลย ผมเลยชวนหัวหน้าหมู่ไปขี้ด้วยกัน มันไม่ปวดแต่ผมปวด เลยให้มันยืนเฝ้าให้ ผมเห็นทางโล่งไม่มีใครมาเลยขี้เกียจปิดประตู ตดปรู๊ดออกมาโล่งตูดดีชะมัด เสร็จภาระกิจก็ไปตักน้ำมาราด เดินกลับไปนอน มองดาวแล้วมีความสุขดี มีดาวตกด้วยคนเขาเล่ากัน ผมก็คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเห็นแต่ก็จำไม่ได้หรอก เสียงคุยกันดังลั่นป่า แสดงว่าครูฝึกเมาหลับไปแล้ว ผมเลยเดินออกไปเติมน้ำ ขณะที่เดินกลับมาผมเปิดไปฉายเอาไว้ แต่คิดขึ้นมาได้ว่าครูฝึกสั่งไว้ว่าห้ามเปิด ผมเลยปิดแต่แล้วเริ่มมองทางไม่เห็นเลยเปิดใหม่ พอเข้าสู่ที่นอนเริ่มรู้สึกว่าเงียบกว่าขาไป ผมเริ่มกังวลว่ากูกลับถูกกองร้อยรึเปล่าวะเนี่ย ผมเริ่มเดินใกล้เข้าไป ใกล้เข้าไป เสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาทำลายความเงียบ โธ่ไอ้เหี้ยแว่นเอ้ยยยยย ไอ้หยอยตะโกนมาจากอีกทางว่า ไอ้เหี้ยท๊อป โธ่เอ้ยกูนึกว่าครูฝึก หลังจากที่ยืนฟังคำสรรเสริญเยินยอผมเป็นที่พอใจแล้ว ผมก็เดินกลับไปนอน แม่งหนาวระยำ

วันที่สี่

ตื่นมากินข้าว แล้วเราก็เริ่มออกฝึกกันอีกครั้ง ผมอยู่กองร้อยสาม ฉายา เห่าไฟ ที่เหลือเป็น เห่าดง กับ เห่าฟ้า เริ่มต้นการฝึกที่ บุคคลทำการรบในเวลากลางวัน

ครูหัวหน้ากองร้อยผม ตัวเล็กๆถือไม้เท้า แก่ๆดูเหมือนโยดาที่อยู่ในสภาเจไดในเรื่องสตาร์วอร์ของอีตาจอร์จ ลูคัส คนเขาเรียกแกว่าป๋า ส่วนพลเคลื่อนย้ายของกองร้อยผมแกชื่อ พี่แจีคกี้ ท่าทางเท่ห์

ป๋าแกเดินออกมาพร้อมกับเสียงวิทยุเพลงสาวเทคนิคพร้อมประกอบท่าเต้นน่ารัก แกมีท่าเทคนิคประจำหน่วยครับ เอ้าเดี๋ยวพอครูทำมือก็ตีมือดังๆเลยนะ เอ้าตีๆๆๆๆๆๆ ป๊าบ!!! พอป๊าบก็ให้หยุดตีให้พร้อมกันนะ เอ้าลองดู เออดี เสร็จแล้ว พอครูถามว่าสู้มั้ยก็ให้ตอบว่า สู้ สู้ สู้ แล้วครูจะถามต่อว่า สู้แค่ไหน ก็ให้ตอบว่า สู้แค่ตาย เอีย แล้วพอครูถามว่าอะไรคือสิ่งที่ท่านยึดถือให้ตอบว่า ชาติ ศาสน์ กษัตริย์นะ จำไว้

ผมได้เป็บผ..หมู่ยิงที่ 1 เลยได้คะแนนเพิ่มไป หลังจากที่เราแบ่งหน้าที่กันเสร็จ ก็เข้าสู่สมรภูมิรบของจริง ระยะทาง 1 กิโล แถมมีเสียงปืนกลดังตลอดทางเท่ห์สุดๆ ตอนลูกปืนใหญ่ตกยิ่งได้อารมณ์

เราก็วิ่งๆๆๆ โผๆๆๆๆ จนตีค่ายศัตรูแตก ก็กลับที่รวมพล ไปสถานี ตั้งรับ ผมไปเอาอุปกรณ์ในการทำหลุมบุคคลมา มีลักษณะเป็นทูอินวัน คือมีทั้ง เสียม และพลั่วอยู่ในอันเดียว เรารับคำสั่งแล้วก็เริ่มขุดหลุมกัน ดูเผินๆเหมือนกำลังจะลงแปลงปลูกผักเล็กๆเลย จากนั้นเราก็เข้าสู่คูเชื่อมต่อ เขาทำไว้อย่างสวยงาม จะมีหลุมบุคคลให้ตามจุดต่างๆ ผมรับเอาแผนที่มาแล้วก็นำลูกน้องเข้าหลุม ซึ่งเป็นไปอย่างที่คิด เข้าผิดเลยโดนด่า

หลังจากที่รู้ตำแหน่งตัวเองดีแล้ว เราก็พักกินข้าวหลวงกันพรุ่งนี้เราจะกลับบ้านแล้ว

เห่าไฟรวมกลุ่มกันอีกที่เพื่อรอรับคำสั่ง ครูโยดาออกมาอธิบายให้ฟัง

เดียวเข้าไปแล้วก็อย่าตื่นเต้นนะ ไม่ใช่ว่าหลับตายิงๆๆ พอออกมา ( ทำท่าเดินออกมาจากป่า เอามือกางออกแล้วย่อเข่าเล็กน้อย พร้อมกับตะโกนออกไปว่า ) ที่นี่ที่หนายยยยย อย่านะครับนักศึกษา ตอนกลางคืนเนี่ยไม่ใช่ว่ามึงเอาแต่ประทับปืนเล็งนะ เพราะมึงจะต้องยิงโดนเพื่อนมึงแน่ๆ เขามีที่ให้วางก็วางนะ แล้วยืนตรวจการณ์เอา รอฟังคำสั่งถอนตัวจากครูเขา แล้วค่อยออกมา มีหลงทุกปี

ครับจากนั้นเราก็กลับไปยังคูเชื่อมต่อ ตอนนี้เริ่มมืดแล้ว ขณะที่ผมกำลังจัดที่จัดทางอยู่ไอ้เจ้าครูฝึกก็เดินมาทักทาย ..หมู่อยู่คนเดียวระวังนะถ้ามีใครมานั่งด้วยก็ดูให้ดีก่อนนะว่าอะไรอย่างเพิ่งตกใจ เท่านั้นแหละผมก็ควักคาถาชินบัญชรของหลวงพ่อโตออกมาท่องเลย เลยไม่เจออะไร

กุ๊กกุ๊กกู๋

เสียงเรียกถอนตัวดังขึ้นมาแล้ว ผมคว้าเป้กับปืนมาสะพายแล้วรีบไปรวมลูกน้องกลับมา หลังจากเช็คยอดว่าครบแล้วเราก็เดินทางกลับพันปกครองที่สามสี่

ระหว่างทางครูฝึกก็เล่านิทานอะไรก็ไม่รู่ให้หัวหน้าหมวดกับหัวหน้ากองร้อยฟัง ได้ยินแว่วๆพอจับความได้ว่า ครูแจ๊คกี้แกเคยหลงป่าอะไรเทือกเนี้ยแล้วกว่าจะกลับมาได้ก็แทบตาย

พอถึงพันปกครองที่สามสาม พวกเราพบนักศึกษาชุดใหม่ที่กำลังเตรียมตัวซื้อถุงพลาสติกจะไปขึ้นเขา พวกเราเลยพร้อมใจตะโกนว่า

มึงตายแน่ แม่งฝึกหนักหว่ะ โดนตุ๋ยแน่ เพื่อนกูโดนกระทิงขวิดตายไปคนนึง ฯลฯ ท่าทางมันจะกลัวแฮะ

เราเข้านอนกันด้วยความสบายใจและสบายกาย ผมออกไปเข้าห้องน้ำแล้วไปเข้าเวรเป็นเพื่อนแชซกับนิว เราคุยกันอย่างออกรสชาติแล้วก็โดนครูฝึกด่าตามสไตล์ ฝนเริ่มตกลงมาผมเลยขอตัวไปนอน และหลับไปด้วยความสบาย

วันที่ห้า

เราตื่นมาด้วยความกระตือรือร้นที่จะได้กลับบ้านแล้ว เราออกไปโดดหอกันตั้งแต่เช้า ขอข้ามรายละเอียดตรงนี้ไปที่ ไอ้หมู นาสมยนต์ครับ มันถูกให้เอาผ้าขาวม้ามาผูกข้างหลังเป็นซุปเปอร์แมน ไอ้ม่อนพยายามที่จะเป็นบ้างแต่ไม่สำเร็จ ต่อไปนี้เป็นเสียงพากย์ของครูฝึก

นาสมยนต์ตายโหงตายห่านาสมยนต์ นาสมย์ตายโหงตายห่านาสมยนต์ เอ้านักศึกษาลองมองดูที่ด้านซ้ายของหอ ซุปเปอร์แมนกำลังออกกำลังกาย นาสมยนต์ตาย. วนไปเรื่อยๆ

เมื่อผมกระโดดลงไป ผมเลยตะโกนไปตามที่ฝึกมา

1พัน1 1พัน2 1พัน3 1พัน4 ตรวจร่มมมม พระเจ้าเป็นของกูวววว์ ( อันนี้เติมเอง )

พระเจ้าเป็นของมึงซะที่ไหนเล่าาาาา เสียงข้างล่างตะโกนมา พร้อมทั้งเลื่อนแท่นออกมาเร็วไป ผมเลยโดนชนดังโครม

ไอ้ตั้วซวยหน่อย จมูกฉีกเย็บไปหลายเข็มเพราะสายรัดมันสะบัด เลยถูกส่งตัวไปหน่วยพยาบาล

ต่อไปเป็นสถานีที่น่ากลัวที่สุด สถานีข้ามลำธาร และมาพร้อมกับ ครูไสว!!!!!!!

สถานีนี้แบ่งออกเป็น เชือกเส้นเดียว สองเส้น และสามเส้น แน่นอนครับผมตกตั้งแต่ 3 เซนต์ของเส้นเดียว ตกดังตุ๋ม แต่หลังจากนั้นก็ผ่านมาได้ตลอด พร้อมทั้งตะโกนเอียๆๆๆๆๆ มาเรื่อยๆ

หลังจากที่ผมมานั่งตากแดดเพื่อรอให้เสื้อผ้าแห้ง ตาไหวก็เริ่มก่อกวนนักศึกษาฆ่าเวลา

หมวดหนึ่งใครอยู่หนองแขมยกมือ เอาแทงปลาไหลไป20 ที่เหลือคนละ10

หันมาทางหมวด 1 เจอไอ้หมูนั่งอยู่

เอ้า เบาหวิวลุกซิ เงียบ

เอ้ย ไอ้คนที่น้ำหนักน้อยที่สุดอ่ะ ลุกซิ เงียบ

เอ้าๆๆ คนที่หนักร้อยโล ลุกขึ้นเด้ะ เงียบ

ห่ะ ไม่มีเหรอวะ งั้นเก้าสิบ อ่ะๆๆ แปดสิบ เฮ้ยไม่มีเหรอ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมมึงไม่ลุกวะเบาหวิว

ไอ้หมูลุกขึ้น

มึงหนักเท่าไหร่วะ เบาหวิว

เก้าสิบแปดครับ เป็นคำตอบ

มึงก็ตีซักร้อยไปสิว้าาาา

ครับหลังจากผ่านสถานีนี้มาแล้ว เราก็ไปทำพิธีปิด และทำความเคารพล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 แล้วออกเดินทางไปดูพิพิธพันธ์สงครามเก้าทัพ ติดแอร์เย็นสบาย อาหหหห์

แล้วจากนั้นเราก็ขึ้นไปดูสภาพภูมิประเทศของจริงบนโดมข้างบน เจอพลโทสุนีย์อีกรอบ พูดเข้มแข็งเหมือนเดินแต่ลดความหนักแน่นลง

เมื่อจบการเดินทางลงที่สนามหลวง เราออกไปรวมกันที่หน้ารูปปั้นล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ครูชุดเคลื่อนย้ายก็กล่าวคำอำลาและกล่าวขอบใจที่ให้ความร่วมมือ หมดหน้าที่ของชุดเคลื่อนย้ายแล้ว ขอให้นักศึกษากล่าวคำปฏิญาณออกมาดังๆ สามครั้ง เอ้า!ปฏิบัติได้

ข้าพระพุทธเจ้า จะรักษาผืนแผ่นดินไทย ไว้ด้วยชีวิต




Rising-Top
View full profile